แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป่าซาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป่าซาง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วิหารและพระเจดีย์วัดสะปุ๋งน้อย


๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๒... ๙ โมงครึ่งถึงเวลาต้องปั่นจักรยานตรงไปบ้านโฮ่ง ทิ้งวัดสะปุ๋งน้อยไว้เบื้องหลัง...


วัดสะปุ๋งน้อย สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๕ บ้านสะปุ๋งน้อย ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน บนเนื้อที่ ๕ ไร่ ๓ งาน ๖๕ ตารางวา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๕ เดิมชาวบ้านเวลาทำบุญจะต้องเดินทางไปวัดสะปุ๋งหลวง เมื่อถึงหน้าฝนการเดินทางไปมาลำบาก ครูบาวัดสะปุ๋งหลวงจึงให้ครูบาอุปละไปตั้งวัดใหม่ในหมู่บ้านฮ่อง และได้ขนานนามว่าวัดบ้านฮ่อง ต่อมาตั้งชื่อใหม่ว่า "วัดสะปุ๋งน้อย" เสนาสนะประกอบด้วย วิหาร ศาลาบำเพ็ญกุศล กุฏิสงฆ์ และพระเจดีย์

ที่มา - lovethailand.org 

เก็บภาพวิหาร (3) มาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...








 
  
มีบันไดนาค ๓ เศียรและประตูเข้าอยู่ข้างวิหาร...





หลังวิหารดูเรียบง่าย...ไม่มีประตูเข้า


 

พระเจดีย์ตั้งอยู่หลังวิหาร... 














ภาพที่ดึงลงมาเห็นได้ใกล้ ๆ เช่นนี้ คงมีไม่มากนักใน cyber world  ผมขออัพโหลดเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาครับ

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - อุโบสถวัดสะปุ๋งน้อย


บนพื้นที่ซึ่งมีไม่มาก...วัดสะปุ๋งน้อยสามารถเข้าออกได้ถึง ๔ ทาง ผมเห็นถนนหินคลุกนำทางไปสู่ประตู (6) ด้านที่อยู่หลังอุโบสถ (5)




๙.๒๑ น. ผมเดินมาเก็บภาพฝากเพื่อน ๆ



อุโบสถหลังย่อมหลังคาลดชั้น ๒ ระดับ... 



 
  

แถมด้วยภาพหอระฆัง...



ใกล้ ๆ โบสถ์...กำลังสร้างศาลาหอฉัน 



ที่รู้ว่าเป็นโรงอาหาร เอ้ย...หอฉัน ก็เพราะอ่านจากป้ายผ้าที่แขวนอยู่นั่น!

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วัดสะปุ้งน้อย

ตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่า ก่อนปั่นจักรยานออกจากป่าซางไปบ้านโฮ่ง ผมต้องไม่พลาดการแวะเยือน "วัดสะปุ๋งน้อย"  วัดที่ผ่านไปเห็นมาตั้งแต่วันวาน!


เช้านี้ หลังจากออกนอกทางไปวัดม่วงน้อย (M) ผมขี่จักรยานกลับมายังทางหลวงหมายเลข 106 (ลำพูน-ลี้)


จากปากทาง (P) เข้าไปตามถนนคอนกรีต ประมาณ ๒.๖ กิโลเมตรถึงวัดสะปุ๋งน้อย (W) 


ระหว่างทางผ่านโรงเรียนบ้านสะปุ๋ง (สามัคคีราษฎร์รังสฤษฏ์) เก็บภาพไว้หน่อย...


นำจักรยานเข้ามาจอดพิงเสาเต็นท์ไว้... แล้วเดินเก็บภาพ



เริ่มที่อนุสาวรีย์ “หลวงปู่ครูบาอ้าย อินทะปัญโญ” (2) ก่อนเลย... 



Facebook ประวัติความเป็นมานครหริภุญชัย บรรยายว่า...
"ครูบาอ้าย" เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน นามเดิมว่า "อ้าย เสนป่าหมุ้น" เกิดเมื่อปี พ.ศ ๒๔๓๔ ที่บ้านปากบ่อง อ.ป่าซาง ท่านบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๕ ปี จนอายุได้ ๒๑ ปีก็อุปสมบทเป็นภิกษุมีฉายาว่า "อินทปัญโญภิกขุ"  ครูบาอ้ายได้มุ่งมั่นศึกษาสมถวิปัสสนากัมมัฎฐาน เวทมนตร์คาถา ตำราโหราศาสตร์ รวมทั้งวิชาแพทย์แผนโบราณ จากครูบาอาจารย์หลายสำนัก...
ในระหว่างดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย ครูบาอ้ายได้พัฒนาเสนาสนะภายในวัดให้มีความเจริญก้าวหน้า อีกทั้งยังเป็นประธานในการก่อตั้งโรงเรียนวัดสะปุ๋งน้อย (อินทปัญญาราษฎร์รังสฤษฏิ์)... 
ครูบาอ้ายถึงแก่มรณะภาพในเวลา ๐๕.๓๙ น. เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๐๕ ด้วยอาการอันสงบ นับอายุได้ ๗๑ ปี หลังจากบรรจุศพครูบาอ้ายได้ ๑ เดือน เกิดมีก้อนขาวรูปทรงสัณฐานคล้ายปะการังขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่วางอยู่บนร่างของครูบาบริเวณหน้าอก ญาติโยมต่างลงความเห็นว่าเป็นพระธาตุดิบ (ยังไม่ได้เผาร่าง)...
เหตุการณ์มหัศจรรย์เป็นที่กล่าวขานเป็นอย่างมากในยุคนั้น กระทั่งวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๐๖ คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดงานฌาปนกิจร่างของครูบาอ้าย ณ เมรุหน้าวัดสะปุ๋งน้อย ภายหลังงาน ๗ วันก็พบเหตุอัศจรรย์อีกครั้ง ขณะกำลังเก็บอัฐิของครูบาได้พบเม็ดพระธาตุอยู่ในกองเถ้า ๒ เม็ดโดยมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าวโพด ๑ เม็ดและขนาดใหญ่เท่าประมาณปลายนิ้วยาว ๑ นิ้วอีกหนึ่งเม็ดติดอยู่กับกะโหลกศรีษะของครูบาอ้าย ปัจจุบันนี้ได้เก็บรักษาพระธาตุไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาประจำปีที่วัดสะปุ๋งน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน...
  

มีรูปปั้นครูบา ๔ องค์ (ครูบาศรีวิชัย ครูบาอภิชัยขาวปี ครูบาชัยยะวงศ์ษาพัฒนา และครูบาพรมมา) นั่งอยู่บนแท่นสีขาวประดับลายเทพพนมภายใต้ร่มฉัตรทอง...









พอดีที่วัดกำลังเตรียมจัดงานบุญเข้ากรรม*  มีการตั้งเต็นท์ ตั้งป้าย (1) ต้อนรับพระมหาเถรานุเถร เจ้าคณะ และพระสังฆาธิการ... 


เห็นสถานที่เข้าปริวาสกรรมสำหรับภิกษุผู้ที่จะมาเข้ากรรม ผมเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยความตื่นเต้นกับเต็นท์ฟาง.. 






หลังนี้สำหรับตุ๊ลุงแดง (วัดกอม่วง)...


   
วัดกอม่วงต้องไปอีก ๕ กิโลเมตร  ไกลเกินครับ! คงไม่ได้ไป...
---------------------------------------------------------------------------------------
* เข้ากรรม คืองานบุญที่ทำในเดือนอ้าย (เดือนเจียง) เป็นกิจกรรมสำหรับพระโดยตรงเพื่อให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสทำพิธีที่เรียกว่า "วุฏฐานพิธี" หรือ "พิธีเข้ากรรม" โดยเข้าปริวาสกรรม พักอยู่ในสถานที่อันสงบ สำรวมกาย-วาจา-ใจ นั่งสมาธิ สวดมนต์ภาวนาโดยใช้เวลามากกว่าปกติ บางทีมีการอดข้าวอดน้ำถึง ๒-๓ วันก็มี  พุทธศาสนิกชนผู้หวังบุญกุศลก็ร่วมกันดูแลอุปัฎฐากพระสงฆ์ที่เข้าอยู่กรรม บริจาคทาน รักษาศีล ฟังธรรม ถือว่าจะได้บุญมากกว่าการทำบุญตักบาตรทั่วไป (ที่มา-วิกิพีเดีย)