ผมเป็นคนหนึ่งซึ่งได้รับอนุเคราะห้จากทางวัดให้อาศัยค้างคืนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 วันนั้นผมเห็นโรงยิมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ คิดว่าถ้าได้ปั่นจักรยานผ่านมาแล้วค่ำมืดพอดี ก็มีศาลาพักร้อนให้นอนได้...

ในวัดก็มีศาลาพักร้อนกว้างพอให้ตั้งเต็นท์นอน...

แต่ทางวัดใจดีเหลือเกิน เปิดกุฏิซึ่งว่างอยู่ให้ตาแก่บ้านห้างฉัตรได้อาศัยหลับนอน...

ในกุฏิหลังน้อยมีเตียงนอนพร้อมพัดลมและห้องน้ำ แต่ผมชอบที่จะตั้งเต็นท์นอนข้างนอกมากกว่า พอค่ำลงก็เอาเต็นท์จากกระเป๋าตูดมดออกมากาง (ไม่ต้องคลุม fly sheet จะได้โล่งและหายใจสะดวก) หันหัวไปทางทิศเหนือ ตรงกับพระเจดีย์และพระพุทธรูปมากมาย...
ก่อนค่ำก็ออกไปจับไม้กวาดทางมะพร้าว หรือที่คำเมืองเรียกว่า "สลาด" ช่วยกวาดใบไม้แห้งที่หล่นเกลื่อนถนนซะหน่อย

เสร็จแล้วก็ออกไปทักทายควายเผือกที่มีผู้ไถ่ชีวิตนำมามอบให้ทางวัดเลี้ยงไว้...

ได้อาบน้ำแปรงฟัน รู้สึกสบายตัวมาก ๆ ผมเข้านอนในเต็นท์อย่างสุขารมณ์ มีภิกษุมาถามว่าทำไมไม่นอนในห้อง? ขาดเหลืออะไรมั้ย? เอาผ้าห่มมั้ย? แถมยังบอกว่าตอนเช้าให้ไปกินข้าวก่อนไป เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเก็บเต็นท์ จัดของลงเป้ ติดตั้งกระเป๋าตูดมด กวาดใบไม้ร่วงเมื่อคืนนี้อีกหน่อย (การนอนฟังเสียงใบไม้ร่วงหล่นกระทบหลังคานับว่าเป็นประสบการณ์ที่งดงาม...เชื่อผมเหอะ) พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง

ยกมือไหว้ขอบคุณดวงวิญญาณของนายวิทยา คันธะชุมภู (อาร์ต) และผู้สร้างกุฏิที่ผมได้อาศัยค้างคืน...
ออกจากวัด... ถ่ายรูป Banian เจ้าเพื่อนยาก กับป้ายชื่อวัดไว้อีก 1 บาน



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น