วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อุโบสถพระสามพี่น้อง วัดศรีปิงเมือง จ.พะเยา

 
ที่อุโบสถพระสามพี่น้อง วัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยา ผมเห็นทางเดินขนาบด้วยลำตัวพญานาคยาวเหยียดไปจนถึงประตูทางเข้า...
 
 
 


 
ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า... 
โบราณสถานเวียงลอ ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านเวียงลอ ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา มีอุโบสถพระสามพี่น้องอายุ 900 ปีที่หันหน้าไปทางใต้ ซึ่งปกติอุโบสถจะตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีพระพุทธรูปหินทรายสิงห์ 1 ปางสมาธิ 3 พี่น้องประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ...

มีป้ายประวัติวัดศรีปิงเมืองตั้งอยู่ อ่านหน่อยครับ ผมพิมพ์ให้แล้วดังนี้...
เมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา บริเวณวัดศรีปิงเมืองและอุโบสถหลังนี้เป็น "ป่าสิบเหล่าเก้ากำ" ปกคลุมไปด้วยเครือเถา เป็นแหล่งที่อยู่และหากินของหมู่หมูป่า ต่อมามีผู้พบพระพุทธรูปหินทราย 3 องค์ ประดิษฐานเรียงกันบนเนินอุโบสถนี้ จึงเรียกกันว่า "เนินพระเจ้าผกหมู" เมื่อมีการบูรณะวัดศรีปิงเมือง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 700 ปี ขึ้นเป็นศูนย์กลางศาสนาของชาวเวียงลออีกครั้ง จึงได้มีการฟื้นฟูอุโบสถแห่งนี้ขึ้น ตามแผนผังอาคารเดิม และเรียกว่า "อุโบสถสามพี่น้อง"
อุโบสถสามพี่้น้อง เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา วางตัวหันหน้าไปทางทิศใต้ ทิศทางการวางตัวของอุโบสถหลังนี้แตกต่างจากคติการสร้างวิหารและอุโบสถทั่วไป ซึ่งมักจะสร้างให้หันหน้าไปทางตะวันออกหรือทางแม่น้ำเสมอ เนื่องด้วยยึดคติ ตามพุทธประวัติดรั้งพระพุทธเจ้าตรัสรู้ทรงประทับใต้ต้นโพธิบัลลังค์ ผินพระพักตร์ไปทางตะวันออก อันเป็นตำแหน่งของแม่น้ำเนรัญชรา ดังนั้นการวางวางตัวหันหน้าไปทางทิศใต้และประดิษฐานพระพุทธรูปถึง 3 องค์ ของอุโบสถสามพี่น้องจึงน่าจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องทิศมงคลของชาวล้านนา ว่าเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ความชั่วร้ายอัปมงคลต่าง ๆ เข้ามาสู่เมืองเวียงลอ เช่นเดียวกับคติการประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งนับแต่แรกเริ่มประดิษฐานในเมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 ก็ผินพระพักตร์ไปด้านทิศใต้เสมอ
การบูรณะอุโบสถพระสามพี่น้องใน พ.ศ. 2564 นี้ได้มีการขยายพื้นที่ส่วนหน้าของอุโบสถออกไปทางตะวันออกเพิ่มขึ้น 1 ห้อง จึงได้มีการเคลื่อนย้ายพญานาคที่คณะศรัทธาเคยสร้างถวายไว้ที่บันไดอุโบสถเดิมมาไว้ริมฝั่งแม่น้ำอิง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อจิตศรัทธาของผู้สร้างเดิมและเป็นการสานต่อความเชื่อตามตำนานพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงว่าเป็นบริเวณกว๊านพะเยาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอิงนี้ เป็นที่อาศัยของพญานาคธุมะสิกขี ซึ่งถวายตนเป็นผู้รับใช้และปกปักรักษาพระพุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
เข้ามาในโบสถ์ เก็บภาพฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 




เก่าจริงครับ...โบราณสถานแห่งนี้!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น