วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

วัดบ้านปาง ตำบลศรีวิชัย


จากวัดดอยโตน ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 106 ประมาณ ๑๐ กิโลเมตรก็จะเห็นป้าย "บ้านปาง" อยู่ทางด้านขวามือ.... 


ถ้ากลัวว่าจะหาไม่เจอ ก็ให้มองหารั้วสีม่วงของโรงเรียนบ้านปางซึ่งเห็นได้ชัดเจน....


ที่เพื่อน ๆ พลาดไม่ได้ก็คือ "วัดบ้านปาง" ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของครูบาศรีวิชัย และเป็นสถานที่สุดท้ายที่ท่านจำพรรษาและมรณภาพลง...


เลี้ยวขวาเข้าไปไม่ไกล ก็เห็นบันไดนาคสูงเอาการ...


ถ้าไม่อยากเดินขึ้น ก็ขับรถไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข ๕๐๒๒ อีกนิดเดียว พอเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ก็เลี้ยวซ้ายขึ้นไปจอดที่ลานจอดรถได้เลย...


เพื่อน ๆ จะประจันหน้ากับอาคารพิพิธภัณฑ์สีเงินส่องประกายดูงดงาม...


ดีจังเลย!  วัดนี้มีป้ายบอกชัดเจน...


พิพิธภัณฑ์บริขารพระครูบาเจ้าศรีวิชัยอยู่ด้านขวามือ...







ขออนุญาตนำข้อมูลจากฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร มาลงด้วยดังนี้...
อาคารพิพิธภัณฑ์บริเวณโถงชั้นบน ตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ถัดลงมาเป็นหุ่นขี้ผึ้งครูบาศรีวิชัย  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าชมจะเข้ามาสักการะตรงบริเวณนี้เป็นจุดแรก ก่อนที่จะเดินชมข้าวของต่าง ๆ ที่จัดแสดงบริเวณผนังทั้งสองด้านข้างต่อไป
สิ่งของที่จัดแสดงเป็นของที่เกี่ยวเนื่องกับครูบาฯ และวัดบ้านปาง อาทิ หีบธรรม ยอดพระเจดีย์โบราณศิลปะสุโขทัย อายุราว 700 ปี ตู้ไม้ที่ภายในบรรจุหนังสือและสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับครูบาฯ เงินเสี้ยว เงินอัฐ และเงินเฟื้อง อายุกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านขุดพบในบริเวณกุฏิหลังเก่าของครูบาฯ ตู้พระไตรปิฏก เครื่องหลวงสำหรับไว้ตั้งเครื่องอัฐบริขาร เวลามีงานพุทธาภิเษกหรืองานฉลองใหญ่ของวัด ภาพถ่ายครูบาฯ ภาพถ่ายปราสาทและหีบศพที่บรรจุศพของครูบาฯ รอยมือและรอยเท้าของครูบาฯ ที่ประทับลงซีเมนต์ เมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระเจ้าตนหลวง จังหวัดพะเยา พระบรมสารีริกธาตุที่ชาวบ้านขุดพบอยู่ในผอบทองเหลืองใต้ฐานเจดีย์วัดร้างด้านเหนือวัดบ้านปาง อัฐิธาตุ เส้นผม ประคำของครูบาฯ ตำรายา ใบสุทธิจารบนใบลานของสามเณรสมัยครูบาฯ แท่นกลึงลูกประคำของครูบาฯ รูปปั้นเสือหรือภาพวาดเสือที่ชาวบ้านถวายแก่วัดเนื่องจากปีนักษัตรขาลเป็นปีเกิดของครูบาฯ...
(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล)








ตรงไปคือพระธาตุและพระวิหาร...


ผมหวังว่าประตูพระวิหารคงไม่ปิด!

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

วัดดอยโตน ตำบลป่าพลู

ผมรู้สึกยินดีที่มีผู้ติดตามอ่านบล็อก exploring the world เล็ก ๆ แห่งนี้ ทำให้อยากเขียนไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังมีภาพและเรื่องให้เขียน ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาผมไม่ได้แบกเป้ไปไหน แต่ก็ยังพอมีเรื่องเวียดนามให้เขียนต่ออีกอย่างน้อยก็ ๒-๓ เดือน จนถึงช่วงสงกรานต์ซึ่งต้องออกลุยอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนเท่านั้น!  อย่างไรก็ตาม...หากช่วงนี้มีโอกาส ผมก็อยากเดินทางแบบ behind the wheel  อย่างเช่นที่ได้เดินทางเชียงใหม่-ลำปางผ่านเมืองลี้ด้วยระยะทาง ๒ ร้อยกว่ากิโลเมตรเมื่อไม่นานมานี้...


เก็บเกี่ยวประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ครับ อยากบอกว่า "บ้านโฮ๋ง" เป็นอำเภอเล็ก ๆ ของจังหวัดลำพูนที่น่าไปเยือนทีเดียว...


จากตำบลบ้านโฮ่ง ขับรถไปตามถนนราดยางร่มรื่น บนเส้นทางจราจรที่ไม่พลุกพล่าน ประมาณ ๙ กิโลเมตรจะถึงตำบลป่าพลู...


จะเห็นวัด ๆ หนึ่งอยู่ทางด้านขวามือ...


วัดนี้มีชื่อว่า "วัดดอนโตน" สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๙๕ หมู่ ๑๐ ดอยโตน ตำบลป่าพลู อำเภอบ้างโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓


ในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม ผมแวะเข้าไปเดินรอบวิหารและนำภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วครับ...





ด้านข้างจะเห็นการก่อสร้างหน้าต่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป...






ห้องน้ำติดธง...


ผมเห็นไม้เป็นมัด ๆ กองรอการนำไปใช้...


อีกไม่นานผู้ที่เดินทางผ่านไปคงได้เห็นการก่อสร้างที่สมบูรณ์ของวัดดอยโตนแห่งนี้...

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

Travellin' light ไปเวียดนาม - Phuoc Tho Temple and Tinh Minh Building


ผมรู้สึกว่าคณะทัวร์จะใช้เวลาอยู่ที่พระราชวัง Dien Tho ค่อนข้างนาน  มัคคุเทศก์หนุ่มพาลูกทัวร์ไปถึงแล้วปล่อยให้แยกย้ายดูกันเอง ส่วนตัวเองหลบไปนั่งรออยู่ใต้ร่มไม้! 


กระทาชายซึ่งดูเหมือนจะอายุมากที่สุดในกลุ่มได้แต่อาศัยอ่านจากป้ายทำให้พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร....
Phuoc Tho Temple - This temple functioned both as a Buddhist temple and a shrine.  It was visited by the queen mother for rituals on the first and fifteenth days of the lunar month and on religious anniversaries.  The second floor was known as Khuong Ninh Pavilion.   Dating from 1931, the temple was restored in 1849 and in 1900.

จากนั้นก็เดินเก็บภาพด้วยความร้อนรน...




เห็นอาคารไม้เก่าแก่น่าสนใจ ได้ทราบชื่อภายหลังว่า "Thong Minh Duong"



และตึกสองชั้นดูค่อนข้างทันสมัยตั้งอยู่ใกล้ ๆ...


ทราบภายหลังอีกเช่นกันว่าชื่อ "ตึก Tinh Minh" สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ เพื่อเป็นสถานพยาบาลสำหรับจักรพรรดิ Thanh Luong...


ท้ายที่สุดอาคารหลังนี้ได้ถูกใช้เป็นที่พักส่วนพระองค์ของจักรพรรดิองค์สุดท้าย...



กว่าจะรวมพลได้ครบก็ต้องรออยู่นาน จากนั้นขบวนก็เคลื่อนตัวต่อไป