วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วิหารวัดฉางข้าวน้อยใต้

หลังคาวิหารวัดฉางข้าวน้อยใต้มีความแปลกตาตรงที่ลดชั้นถึง ๔ ระดับ ผมเห็นช่อฟ้าใบระกาที่มีมากกว่าที่เห็นทั่ว ๆ ไป...


บันไดนาคนำไปสู่โถงมุขด้านหน้าซึ่งค่อนข้างกว้างใหญ่ ผมเห็นตะแกรงกั้น เข้าใจว่าคงติดตั้งไว้กันนก... 







มีประตูเข้าด้านหลังวิหาร...ซุ้มลวดลายวิจิตร!



ชอบใจที่ได้เห็น "น้ำหม้อ" ซึ่งทุกวันนี้หาดูได้ยากแล้ว 


ผมมองหาไม่เจอ "น้ำบวย" ?  เพิ่มเติมภาพหอไตรหรือหอธรรมอีกนิดนะครับ จะได้ไปกันต่อ...








หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล!

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - พระเจดีย์วัดฉางข้าวน้อยใต้

เดินเข้ามาภายในวัดฉางข้าวน้อยใต้ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก หันไปเก็บภาพซุ้มประตูไว้อีก ๑ บาน ผมเห็นต้นยางริมถนน 106 มีรอยหัก คิดว่าแต่ก่อนคงสูงใหญ่กว่านั้น!...


สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๒ บ้านฉางข้าวน้อยใต้ ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน วัดฉางข้าวน้อยใต้มีเนื้อที่ด้านทิศตะวันออกขนาด ๔ ไร่ ๔๒ ตารางวา วิหาร (4) ตั้งอยู่ตรงกลาง ผมเดินเข้าไปก็เจอกับพระเจดีย์สีขาว (7) ตั้งอยู่หลังวิหาร (4)...


เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ที่รักแล้วดังนี้...





ซูมเข้าไปในซุ้มจระนำ ให้เห็นพระพุทธรูปสีทองประดิษฐานอยู่ภายใน...






หอระฆังก็ดูงดงาม






ทางด้านทิศใต้มีศาลาบำเพ็ญบุญหลังยาวสีขาว... 


มีพระสังกัจจายน์ด้วยครับ...


เว็บ richystar.com กล่าวว่า...
รูปลักษณะของพระสังกัจจายน์ จะเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะอ้วนพลุ้ยเปลือยอก มีใบหน้าที่สดชื่นร่าเริง สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และมักหัวเราะเริงร่าอยู่เสมอ สองหูยาวจรดบ่า...

ขยับไปดูวิหารกันต่อนะครับ...

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - วัดฉางข้าวน้อยใต้ (ป่ายาง)

วัดฉางข้าวน้อยใต้ หรือวัดป่ายาง สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๙๐ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกจังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖


อย่าเพิ่งงงนะครับ มีทางหลวง 106 (ลำพูน-ลี้) ตัดผ่าน พื่นที่ของวัดฉางข้าวน้อยใต้จึงถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือพื้นที่ฝั่งตะวันตก (L) และพื้นที่ฝั่งตะวันออก (R)



เจดีย์ครูบาคางเป็ด (กู่ครูบากางเป็ด) (6) ที่ผมนำภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูเมื่อวันก่อนนั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก (L)



ห่างจากเจดีย์ออกไปทางด้านเหนือมีอุโบสถ (7) ตั้งอยู่ หลังไม่ใหญ่ ช่อฟ้าใบระกาและหน้าบันงดงามตามรูปแบบการสร้างวัดในภาคเหนือ...


เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ผมเห็นบันไดนาคขึ้นไปยังมุขด้านหน้า...


 
 

มีหน้าต่างด้านข้าง ๓ ช่อง หลังคาลดชั้น ๒ ระดับ ด้านหลังดูเรียบง่าย...


 

  
มีฌาปนกิจสถาน (8) ด้วยครับ...


๘.๓๐ น. ตาแก่เมืองรถม้ากลับออกมาหาเจ้าเพื่อนยาก...


ต้องพาข้ามถนนไปยังวัดฉางข้าวน้อยใต้ฝั่งตะวันออก (R) ที่มีต้นยางใหญ่อยู่ข้างหน้าโน่น...
 

ป้ายชื่อวัดตั้งเด่นเห็นได้ชัด...


ให้เจ้า Banian รออยู่นอกวัด...
 

 บรรทุกของหนักอย่างนี้ต้องไม่ใช้ขาตั้ง เพราะจักรยานจะล้มได้ง่าย พิงเสาไฟไว้ดีกว่า!


ก่อนเดินเข้าไปภายในวัด ขอถ่ายรูปซุ้มประตูสไตล์ไทลื้อไว้ ๑ บาน...


เพื่อน ๆ ไปดูด้วยกันข้างในนะครับ...                      

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

FB Trip ไป อช.แม่ปิง - กู่ครูบากางเป็ด


พระเจดีย์ครูบาคางเป็ดแห่งวัดฉางข้าวน้อยใต้ หรือที่เรียกว่า "กู่*ครูบากาง**เป็ด" เป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญของหมู่บ้านฉางข้าวน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 
* กู่ หมายถึง วิหาร (โบราณ)  อนุสาวรีย์ กุฏิ เจดีย์  (ท้องถิ่น-พายัพ)
** กาง หมายถึง คาง  (ท้องถิ่น-พายัพ)



๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมเปิดประตูเล็ก (5) เข้ามาในกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์ (6)...



มีป้ายบรรยายด้วย เพื่อน ๆ อ่านหน่อยนะครับ ผมพิมพ์ให้แล้ว...
ประวัติกู่ครูบากันธา เรวจฺจ (คางเป็ด)
*******************
ครูบากันธา เรวจฺจ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองยอง แคว้นสิบสองปันนา เมื่อภัยธรรมชาติคุกคามได้ชักชวนญาติโยมย้ายลงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านสันเข้าน้อย ป่าซาง เมื่อประมาณพุทธศักราช ๒๓๓๐ เป็นพระอธิการองค์แรก เมื่อวัยเด็กกำพร้าแม่ แม่น้า(แม่เลี้ยง)ข่มเหงรังแก และมอบหมายให้ไปดูแลเลี้ยงวัว แม่น้าได้ห่อข้าวกับคางเป็ดเป็นอาหารกลางวัน โดยบังคับให้เก็บคางเป็ดกลับบ้าน และได้เอาคางเป็ดอันเดิมนั้นห่อข้าวไปทุกวัน จนอายุครบบวช ครูบาฯ ได้บวชเณรและศึกษาธรรมะ ครั้นจะคิดลาสิกขาคราวใด เมื่อนำคางเป็ดที่เก็บไว้มาพิจารณาก็เป็นอันเลิกล้มจะไม่ลาสิกขา และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุศึกษาปฏิบัติธรรมพระกัมฐานจนมีความรู้แตกฉาน ดวงตาเห็นธรรมเกิดวิมุตติฌาณทัศนะรู้แจ้งในกฎพระไตรลักษณ์จนเป็นพหูสูตอยู่จนชั่วอายุขัย เมื่อท่านมรณภาพกระดูกได้กลายเป็นอัฐธาตุ คณะศรัทธาญาติโยมจึงได้สร้างกู่บรรจุอัฐธาตุขึ้น และได้บูรณปฏิสังขรณ์ให้งดงามเพื่อสักการะบูชา เป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

facebook ประวัติความเป็นมานครหริภุญชัย - ลำพูนในปัจจุบันก็กล่าวว่า...
เดิมทีนั้นท่านครูบาคางเป็ดชื่อ "ครูบาคันธา เรวัจจะ" เป็นคนไทยเชื้อสายทางสิบสองปันนา เมื่อปี ๒๓๕๐ เกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ท่านพร้อมด้วยสหธรรมิกอีกรูปหนึ่งคือ ครูบาปินตา ได้นำชาวบ้านจากสิบสองปันนาจำนวนหนึ่งออกเดินทางมาเมืองลำพูนเพื่อหาสถานที่ตั้งบ้านเรือนใหม่ เมื่อมาถึงเขตหมู่บ้านนี้ ท่านพิจารณาเห็นว่าเป็นที่อุดมสมบูรณ์มีน้ำแม่ทาไหลผ่าน จึงให้หยุดพักและตัดสินใจตั้งบ้านเรือนกันที่นี ส่วนครูบาปินตาได้นำโยมของท่านเคลื่อนขึ้นไปอีกแห่งหนึ่งถัดไปซึ่งต่อมาคือ บ้านฉางข้าวน้อยเหนือ แต่ก่อนที่จะแยกกันนั้นญาติโยมได้จัดภัตตาหารถวายเพลถวายท่านทั้งสอง เมื่อท่านฉันไปได้ชั่วครู่ไม่กี่คำก็เที่ยงตรงพอดีจึงต้องหยุดฉันเพียงเท่านั้น โยมทั้งหลายจึงถือเอานิมิตนั้นเป็นเหตุและพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านฉันข้าวน้อย ในยุคสมัยต่อมาเจ้าหลวงผู้ครองนครลำพูนองค์หนึ่งได้มีรับสั่งให้มาสร้างฉางข้าวขึ้นเพื่อเก็บข้าวส่วย ณ ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านจึงพากันเรียกชื่อหมู่บ้านใหม่ว่า ฉางข้าวน้อย จนถึงปัจจุบัน สำหรับสมัญญาของท่านที่ว่าครูบาคางเป็ดนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเดิมทีเมื่อท่านยังเป็นเด็กอยู่ที่สิบสองปันนา ครอบครัวท่านยากจน แม่แท้ ๆ ก็มาตายจาก พ่อของท่านจึงแต่งงานใหม่ และก็เข้าทำนองแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง ท่านมักถูกใช้ให้ไปเลี้ยงควาย อาหารที่ห่อให้ไปกินนั้นก็มีแต่ข้าวและคางเป็ดย่างไม่มีเนื้อมีหนังให้พออิ่มได้ เป็นเช่นนี้บ่อยๆจนเพื่อนๆพากันล้อท่านว่า อ้ายคางเป็ด เมื่อท่านเจริญวัยจนพอศึกษาเล่าเรียนได้ อีกทั้งด้วยเหตุที่ชีวิตของท่านประสบทุกข์ยากลำบากจึงเกิดสลดสังเวช ท่านจึงขอต่อพ่อและแม่เลี้ยงไปบรรพชาเป็นสามเณร และเมื่ออายุครบก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุได้นามจากพระอุปัชฌาย์ว่า เรวัจจะภิกษุ ท่านมุ่งมั่นศึกษาปฏิบัติธรรมกัมมัฎฐานอย่างจริงจัง ต่อเมื่อท่านนำศรัทธาญาติโยมมาตั้งหลักแหล่งใหม่และท่านก็มาอยู่ที่เมืองลำพูนนี้จนถึงกาลมรณภาพ เมื่อทำการประชุมเพลิงสรีระของท่านแล้วปรากฎว่า อัฎฐิของท่านได้กลายเป็นพระธาตุทั้งสิ้น ยังความอัศจรรย์ใจแก่ญาติโยมทั้งหลาย อาศัยเหตุที่ท่านเป็นผู้นำในการมาตั้งหลักแหล่งแห่งห้องใหม่และด้วยศรัทธาในความเป็นพระผู้สิ้นแล้วซึ่งกิเลสดังที่ปรากฎ ศรัทธาสาธุชนจึงร่วมกันก่อกู่เพื่อบรรจุพระสรีระธาตุของท่านไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์และสักการะสืบมา...
(ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ต้องขออนุญาตยกมาเต็ม ๆ จัดว่าเป็นข้อเขียนซึ่งกล่าวถึงประวัติของครูบาและการก่อตั้งหมู่บ้านฉางข้าวน้อยไว้ได้ดียิ่ง)



เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...










เป็นที่น่ายินดียิ่งสำหรับตาแก่เมืองรถม้าที่ได้มาสักการะและศึกษาประวัติของครูบาฯ และความเป็นมาของบ้านฉางข้าวน้อย...