บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดทรายมูล (พม่า) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดทรายมูล (พม่า) แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560
FB Trip ไปเชียงใหม่ - พระเจดีย์วัดทรายมูล (พม่า)
วิหาร (5) วัดทรายมูล (พม่า) ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง บานประตูทาสีแดงสด หน้าบันลักษณะเช่นนี้หาดูได้ไม่ง่ายนัก...
ทางด้านขวาของวิหารมีระฆังแขวนอยู่ ป้ายเขียนบอกว่าบริจาคโดยนางพลอย ขวัญใจ มาจากเมืองลาโช รัฐฉาน ประเทศพม่า...
ผมเห็นแล้วคิดถึงเมืองลาโช หรือ หล่าโชว (Lashio) เมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน เป็นจังหวัดชายแดนของพม่าที่ติดกับประเทศจีน ตอนไปพินอูลวิน (Pyin Oo Lwin) ผมน่าจะนั่งรถไฟขึ้นเหนือจนถึงลาโช คนพม่าที่นั่นพูดไทยได้ โดยเฉพาะสาวจ๊อกแมที่ผมพบที่สนามบิน เธอพูดไทยชัดชนิดว่าถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าเป็นคนพม่า น่าเสียดายที่มีข่าวว่าตอนนี้รัฐฉานกำลังมีปัญหาเรื่องการสู้รบระหว่างกองกำลังทหารพม่าและทหารไตใหญ่ ผมคงจะไปเที่ยวไม่ได้แล้ว...
อ้าว...คุยนอกเรื่อง! กลับมาดูฆ้องทางด้านซ้ายดีกว่า...
พระประธานในวิหาร...
พระเจดีย์สีทอง (6) อยู่ด้านหลังวิหาร...
เห็นแล้วก็นึกอยากไปเที่ยวพม่าอีก...
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560
FB Trip ไปเชียงใหม่ - ไม่กี่อึดใจได้ไปพม่า
จาก "The Dorm" ที่พักอีกแห่งหนึ่งของผมในเชียงใหม่ ถ้าจะไปวัดทรายมูล (พม่า) ระยะทางแค่ ๔๐๐ เมตร ผมใช้เวลาออกแรงปั่นจักรยานไม่นานก็ถึงแล้ว...
ทางด้านซ้ายมือ ริมถนนมูลเมืองผมเห็นซุ้มประตูวัด (1) ตั้งอยู่ ตัวอักษรพม่ายืนยันได้ว่าเป็นวัดพม่าจริง ๆ
เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ ๓๐ เมตรก็ถึงซุ้มประตูวัด (2) ตัวจริงของจริง ดูคล้ายกับว่ายกจากมัณฑะเลย์เอามาไว้ที่นี่เลย...
ผ่านเข้าไปก็ได้กลิ่นอายสไตล์พม่าแล้วครับ เริ่มจากเสียงผู้คนที่พูดกันด้วยภาษาพม่าล้วน ๆ
เห็นต้นโพธิ์รายล้อมด้วยซุ้มพระพุทธรูป อย่างเนี้ยแหละที่เคยเห็นในพม่า...
ถ้าเป็นวัดไทยยังคงใส่รองเท้าเข้าใกล้ได้ แต่วัดพม่าต้องถอดรองเท้าวางไว้ข้างนอก...
ไปเที่ยวพม่าหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นว่าวัดพม่านิยมสร้างหอระฆังหรือหอกลองใหญ่ ๆ เอาไว้เหมือนวัดไทย ส่วนใหญ่ก็จะเรียบง่ายอย่างนี้...
อาคารที่เห็นตรงกลางลานทางด้านทิศตะวันออกของต้นโพธิ์ เป็นรูปแบบของวิหารวัดพม่าเช่นเดียวกับที่ผมได้เห็นในจังหวัดลำปาง...
ขึ้นไปแล้วได้เห็นป้ายเขียนบอกว่าเป็นกุฏิที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ด้วยเงินบริจาคจำนวนแสนกว่าบาท...
ดูห้องหับและเครื่องใช้ไม้สอยก็น่าจะพูดได้ว่าเป็นกุฏิ...
แต่ก็เป็นวิหารที่มีพระประธานงดงามตามรูปแบบพม่าด้วย...
ได้ยินเสียงตะโกนของหนุ่มพม่า...ผมเกือบจะเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในประเทศเมียนมาร์!
ทางด้านซ้ายมือ ริมถนนมูลเมืองผมเห็นซุ้มประตูวัด (1) ตั้งอยู่ ตัวอักษรพม่ายืนยันได้ว่าเป็นวัดพม่าจริง ๆ
เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ ๓๐ เมตรก็ถึงซุ้มประตูวัด (2) ตัวจริงของจริง ดูคล้ายกับว่ายกจากมัณฑะเลย์เอามาไว้ที่นี่เลย...
ผ่านเข้าไปก็ได้กลิ่นอายสไตล์พม่าแล้วครับ เริ่มจากเสียงผู้คนที่พูดกันด้วยภาษาพม่าล้วน ๆ
เห็นต้นโพธิ์รายล้อมด้วยซุ้มพระพุทธรูป อย่างเนี้ยแหละที่เคยเห็นในพม่า...
ถ้าเป็นวัดไทยยังคงใส่รองเท้าเข้าใกล้ได้ แต่วัดพม่าต้องถอดรองเท้าวางไว้ข้างนอก...
ไปเที่ยวพม่าหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นว่าวัดพม่านิยมสร้างหอระฆังหรือหอกลองใหญ่ ๆ เอาไว้เหมือนวัดไทย ส่วนใหญ่ก็จะเรียบง่ายอย่างนี้...
อาคารที่เห็นตรงกลางลานทางด้านทิศตะวันออกของต้นโพธิ์ เป็นรูปแบบของวิหารวัดพม่าเช่นเดียวกับที่ผมได้เห็นในจังหวัดลำปาง...
ขึ้นไปแล้วได้เห็นป้ายเขียนบอกว่าเป็นกุฏิที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ด้วยเงินบริจาคจำนวนแสนกว่าบาท...
ดูห้องหับและเครื่องใช้ไม้สอยก็น่าจะพูดได้ว่าเป็นกุฏิ...
แต่ก็เป็นวิหารที่มีพระประธานงดงามตามรูปแบบพม่าด้วย...
ได้ยินเสียงตะโกนของหนุ่มพม่า...ผมเกือบจะเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในประเทศเมียนมาร์!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














































