แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอนแดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอนแดง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561

กินข้าวก้นบาตร


วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐... ชายไทยสองคนนั่งเรือข้ามโขง ไปขี่จักรยานเที่ยวดอนแดง ประมาณ ๑๐ โมงครึ่งก็ปั่นถึงวัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่กลางเกาะ ตาแก่คนที่ชอบถ่ายรูปเดินเก็บภาพวิหาร...







ในขณะที่มือกีต้าร์ชื่อดังเอนหลังเอาแรง...


วิหารปูกระเบื้องสวย ศิษย์วัดบอกผมว่าพระพุทธรูปที่เห็นนั่นคนไทยนำมาถวายเมื่อไม่นานมานี้...





เมื่อได้เวลาพระฉันเพล มีชาวบ้าน ๓ คนนำอาหารมาถวาย...


พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานกล่าวว่า "ข้าวก้นบาตร" คืออาหารเหลือจากพระฉันแล้วที่ให้ศิษย์วัดได้อาศัยกิน... 


เวลา ๑๑.๒๘ น. พระฉันเสร็จแล้ว ศิษย์วัด (สูงวัย) ยกโตกกับข้าวลงมา...


แทนที่จะเอาไปกินเอง กลับนำมาให้ ๒ คนไทยกิน...



แม่ลูกผู้นำอาหารมาถวายนั่งมองคนไทยปั้นข้าวเหนียวกินด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งสองดีใจที่เห็นผู้มาเยือน "กิ๋นเข่า" อย่างเอร็ดอร่อย....


เจ้าตูบซึ่่งเข้าใจว่าเป็นสุนัขของสองแม่ลูกก็มองดูอยู่เช่นกัน...


ผมกินเกลี้ยงเลยครับ คุณแม่บอกว่าถ้ายังไม่อิ่มก็ตามไปกินที่บ้านซึ่งอยู่หน้าวัดได้อีก...



ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มากินข้าวก้นบาตรที่วัดบนดอนแดง นับเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง!

วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ท่าเรือบั๊ค จำปาสัก

"ท่าเรือบั๊ค" น่าจะหมายถึงท่าแพขนานยนต์ หรือเรือใหญ่ ที่สามารถบรรทุกรถยนต์ทั้งคันข้ามฟากจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้



พยายามคิดว่าเคยเห็นท่าเรือบั๊คครั้งแรกที่ไหน? ถ้าจะว่าไปแล้วน่าจะเป็นสมัยหนุ่ม ผมเคยไปหาดใหญ่ มีประสบการณ์กับท่าเรือบั๊กตอนเดินทางจากฝั่งเขาแดงไปสงขลา จำได้ว่ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย...

ภาพจากบล็อกปางนู (daynight.bloggang.com) - ขอขอบคุณ
ที่จำปาสัก ไม่ไกลจากวัดพะพิน มีท่าเรือบั๊คที่สามารถข้ามฟากจากฝั่งตะวันตก (W) ไปฝั่งตะวันออก (E) หรือจะหาเรือเล็กให้พาไปส่งที่ดอนแดง (DD) ก็ได้...


วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ผมปั่นจักรยานจากที่พัก "ด้วยรักจำปาสัก" ไปถึงท่าเรือบั๊คเมื่อเวลาประมาณ ๙ โมงครึ่ง ต้องไปติดต่อจ้างเรือให้พาไปส่งที่ดอนแดงก่อนครับ...


บ้านของคนขับเรือ (2) อยู่หลังวัดพะพิน...


 

สนนราคาค่าโดยสารทั้งรถทั้งคน (ไป-กลับ) ๑ แสน!  งานนี้อาจารย์หมูควักกระเป๋าจ่าย (ขอขอบคุณ)  ตกลงกันเรียบร้อยก็พากันจูงรถไปลงเรือ (3)...



 

 





โน่นไง...แพขนานยนต์


เรือติดเครื่องแล้ววิ่งตรงไปยังดอนแดง ผมยกกล้องขึ้นเก็บภาพฝั่งตะวันตกไว้อีก ๑ บาน...


นี่มิใช่ครั้งแรกที่นั่งเรือข้ามโขง แต่เป็นครั้งแรกที่มีจักรยานไปด้วย!

วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วัดป่าโพนสะเม็ก ดอนแดง จำปาสัก


ถ้าถามผมว่าช่วง ๑๐ วันที่อยู่ในเมืองจำปาสัก มีวันไหนที่ผมปั่นจักรยานแล้วได้ลุยแบบสุด ๆ ถือว่าเป็นไฮไลท์? ผมก็อยากตอบว่า "วันที่ ๒๓ เมื่อได้ปั่นจักรยานไปวัดป่าโพนสะเม็ก" 





ปั่นไปสองคนกับอาจารย์หมู ตอนนั้นก็ใกล้เที่ยงแล้วล่ะ พระอาทิตย์กำลังตรงหัวพอดี...



ปั่นไปตามถนนลูกรังระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร...


แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกจนถึงวัด (1) แต่อาจารย์หมูก็ยังปั่นต่อไปตามเส้นทางที่มีทรายละเอียดคลุมผิวถนนหนาจนล้อรถส่ายไปมา บางครั้งติดแหงกจนต้องลงจูง...


โชคดีไปได้ไม่ไกลนัก (2) มีชาวบ้านสองคนขี่รถอีแต๋นออกมาพอดี คนขับช่วยบอกว่าเลยวัดป่ามาแล้ว! เราพากันขี่ย้อนกลับอย่างทุลักทุเล...


มีสถูปเจดีย์เก่าที่บรรจุอัฐิธาตุส่วนหนึ่งของพระครูโพนสะเม็ก อริยะสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนครจำปาสัก นับว่าเป็นวาสนาที่ได้มากราบนมัสการ...










ที่เห็นคงเป็นกุฏิของครูบาผู้ที่ชาวบ้านยกย่องนับถือ ใครมาก็ต้องไปหาท่าน...


เสียดายที่ผมต้องรีบกลับไปลงเรือข้ามโขงซึ่งจะมารับเวลาบ่ายโมง...

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

What's new?

"FB Trip ไปจำปาสัก" ครั้งนี้นับว่าเป็นอีกทริปหนึ่ง ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจและประทับใจให้กับผมเป็นอย่างยิ่ง


ผมได้พิสูจน์จนสิ้นสงสัยแล้วว่า เดินทางไปกับจักรยานพับคู่ใจและเป้สะพายหลัง (backpack) ใบเล็กราคา ๒๕๐ บาท ผมสามารถไปใช้ชีวิตท่องเที่ยวในต่างประเทศได้นานถึง ๑๐ วัน นั่นยังไม่นับโบนัสความสุขอีก ๕ วันในกรุงเทพ !

กล่าวได้ว่าการจัดของของผมนั้นดีที่สุดนับตั้งแต่ใช้เป้ใบนี้มา ผมใส่ถุงผ้าบรรจุสูบลมและชุดปะยางไว้ล่างสุดในลักษณะนอน ไม่วางตั้งเช่นทุกที  ลดจำนวนถุงเท้าและกางเกงในลงแล้วเพิ่มเสื้อกันหนาวแบบผ้าร่มที่พับแล้วเหลือนิดเดียวพร้อมโสร่งอีก ๑ ผืน เสื้อจิงโจ้ก็ใช้แค่ ๒ ตัว ชุดที่สวมใส่ในช่วงเดินทางไกลก็มีเพียงกางเกงยีนส์ลูกฟูก (ซื้อมาตัวละ ๔๙ บาท) และเสื้อเชิ้ตแขนสั้นบางเบา


ผ้าขนหนูมีผืนเล็กแค่ผืนเดียว เสื้อยืดคอกลม ๒ ตัว เสื้อผ้าฝ้ายนครลำปาง ๒ ตัว ผมใช้วิธีซักทุก ๆ เย็นตอนอาบน้ำ ไม่เก็บหมกไว้เหมือนแต่ก่อน


สิ่งใหม่สำหรับผมคือ "รองเท้า" เป็นรองเท้ามือสองยี่ห้อ Merrell ใช้พื้น Vibram ที่มีความยึดเกาะดี ผมซื้อมาในราคา ๙๐๐ บาท นับว่าเป็นรองเท้าที่แพงที่สุดเท่าที่เคยใช้มา...


กล้องถ่ายรูปหลักที่ใช้คือกล้องคอมแพ็คยี่ห้อ Canon ซึ่งตัวเล็กพอที่จะยัดเก็บลงในเป้ แต่ก่อนผมใช้มือถือยี่ห้อ Motorola ซึ่งถ่ายรูปได้ไม่ดี พอมันโดนฝนที่รั่วมาจากเพดานเสียไป ผมก็ประมูล Samsung Galaxy Note 1 มาใช้ มันรับหน้าที่ถ่ายภาพแทนได้ ในกรณีที่แบตเตอรี่ของกล้อง Canon หมด

เดินทางคราวนี้ผมได้ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสื่อสารมากขึ้น นอกจากจะซื้อแพ็คเกจเล่นเน็ตความเร็ว 1 Mbps ได้ทั่วไทย ๑๖ เดือนไว้แล้ว ผมยังซื้อซิมลาวใส่ เสียเงินแค่เพียง ๑๕๐ บาท ทำให้ตลอดเวลาที่อยู่ในจำปาสักและปากเซสามารถเล่นเฟสและไลน์ได้ ผมถ่ายรูปแล้วโพสต์แบบเรียลไทม์ได้เลย นอกจากนั้นแล้ว ผมยังใช้มือถือเป็น navigator นำทางในการปั่นจักรยานไปยังจุดหมาย...


ในเมืองหลวงใช่ว่าทุกอย่างจะแพงไปหมด ผมเลือกกินข้างถนน ส้มตำจานละ ๒๐ บาทก็ยังมี ถูกแถมอร่อยไม่แพ้ใคร...



น้ำแข็งไส หรือ ABC ก็หากินได้ในราคา ๒๐ บาท...



พักที่บ้านคุณธเนศ ในหมู่บ้านพฤกษชาติ รามคำแหง ผมได้ชื่นชมบรรยากาศงดงามเหมือนกับทะเลสาบซาปาในเวียดนามตอนเหนือ





นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้เรียนรู้ accordion ระบบ free bass และได้ลองเล่นเครื่องราคาแพงที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน...

ภาพจากคุณธเนศ - ขอขอบคุณ


คุณธเนศต้อนรับผมเป็นอย่างดีก็เป็นนักมังสวิรัติ ผมได้ลิ้มรสอาหารเจรสเลิศตลอด ๔ วันที่อยู่ในเมืองหลวง...


ในเมืองหลวง ผมได้มีโอกาสพบกับคุณนิ้งและคุณชัยอย่างไม่คาดฝัน รู้สึกยินดียิ่งนัก...

ภาพจากคุณธเนศ - ขอขอบคุณ
ไฮไลท์ของทริปนี้คือการได้ไปเยือนวัดพู (มรดกโลก) และนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปปั่นจักรยานบนดอนแดง...



ผมถูกหวยลาว ที่ซื้อก็เพราะอยากได้สลากหวยไว้เป็นที่ระลึก (แค่เพียง ๑,๐๐๐ กีบ) ถามคุณฝ้ายร้านน้ำปั่นว่าเลขอะไรดี เธอบอกให้ซื้อ "10"



ไม่คิดเลยว่ามันจะถูก!! นับเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิต