วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

วัดบ้านแม่กองปิน ต.บ้านขอ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

วัดบ้านแม่กองปิน ตั้งอยู่เลขที่ 152 หมู่ 6 ตำบลบ้านขอ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง...

  
นับเป็นวัดแรกที่ได้มาเยือนในวันที่สามของทริปทดสอบสหัสเดชครั้งที่ 3 ตอนที่ผมเห็นวัดอยู่ไกล ๆ แล้วปั่นจักรยานลุยมาตามถนนเลียบคลองแม่ตุ๋ยนั้น ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นวัดบ้านแม่กองปิน


ในที่สุดก็มาถึงจนได้ ผมจอดจักรยานไว้ตรงทางออกสู่ทุ่งนา (1) ใกล้กับศาลาราย (2)
 
 

 
แสงแดดยามเช้ากำลังเหมาะกับการเกิดเงา... ผมเริ่มเดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ทันที

 
มองเห็นอุโบสถงดงาม (3)...
 
.
ต้นโพธิ์สูงใหญ่ (5)... 
 


 
 
ใกล้ ๆ ต้นโพธิ์ (5) มีศาลาพระเจ้าทันใจ (6) ตั้งอยู่...








 
 
กุฏิสงฆ์ (8) เป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้...
 
 
 
ข้าง ๆ มีโรงครัว (7)...

 
ได้เวลาให้อาหารสุนัขพอดี!



นอกจากมีทางออกสู่ทุ่งนาและทางหลวงชนบทหมายเลข 4015 แล้ว ยังมีประตูออกทางด้านข้าง...ผมเห็นเทวดานั่งอยู่บนหัวเสา


 
ที่วัดนี้ผมได้พบและสนทนากับท่านเจ้าอาวาสด้วยครับ...

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ทดสอบสหัสเดชแบบเข้มข้น

14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9 โมง... ได้เวลาคว้าจักรยานเดินทางออกจากบ้านผาจันฟาร์มสเตย์...

ลาก่อนเจ้านิล...

 
ลาก่อนบ้านผาจัน สักวันฉันจะกลับมาเยือน...
 

 
ผมปั่นจักรยานมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1157 ผ่านบ้านเรือนของชาวบ้านซึ่งเพิ่งจะเริ่มชีวิตวันใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป...
 

 
เป็นความสุขของตาแก่บ้านห้างฉัตรที่ได้แวะทักทายเพื่อน ๆ สี่ขาริมทาง...

 
 
เมื่อพ้นออกมาถนนใหญ่ ผมเลี้ยวขวาปั่นจักรยานไปตามทางหลวง...
 
 
 
ถนนลาดยางอย่างดีเป็นเสมือนพรมสีเทาปูทอดไปข้างหน้าให้ลุงน้ำชาค่อย ๆ ปั่นจักรยานเคลื่อนไป...

ไม่รู้ว่าเกิดเปลี่ยนใจตอนไหน? ว่าจะไม่ไปอำเภอวังเหนือแล้วต่อไปยังจังหวัดพะเยา เพราะเกรงว่าเดินทางต่อไปมันจะไกลขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีเส้นทางสู่บ้านห้างฉัตรที่ดีกว่าย้อนกลับทางเก่า หรือถ้าจะไปเวียงลอจริง ๆ ก็ต้องไปต่อให้สุด ๆ คือถึงเชียงรายหรือเข้าลาวไปเลย ผมคิดว่าจากจุดที่กำลังปั่นอยู่ถ้าเปลี่ยนเส้นทางออกซ้ายมือ ข้ามคลองแม่ตุ๋ยแล้วใช้ถนนอีกสายหนึ่งปั่นกลับห้างฉัตร จะถึงบ้านได้ก่อนค่ำวันนี้ และตลอดเส้นทางก็จะได้เห็นวิวใหม่ ๆ ซึ่งมิใช่บนเส้นทางเดิม (ส่วนเรื่องจุดหมายที่ตั้งไว้คือ "เวียงลอง" เอาไว้ทริปหน้าค่อยว่ากันอีกที)  ผมเลี้ยวเข้าไปตามถนนที่พอจะเดาได้ว่ามันจะพาไปยังคลองแม่ตุ๋ย...นั่นไงเจอแย้ว!!!

 
หยุดถ่ายรูปบนสะพานเป็นหลักฐานเอาไว้หน่อย...
 
 
 
ไม่ต้องใช้เครื่องมือนำทางใด ๆ (ใช้ verb to doa เอาทั้งนั้น)  นั่นไงเห็นวัดอยู่ไกล ๆ สุดปลายนา ทำอย่างไรจะไปให้ถึง????
 

 
และแล้วการทดสอบสหัสเดชแบบเข้มข้นก็เกิดขึ้น เมื่อผมพามันลุยไปตามถนนเลียบลำคลองซึ่งเป็นทางที่ยากลำบาก มีทั้งหลุมบ่อ ทรายหนา ขรุขระด้วยก้อนหินแหลมคม ฯลฯ ผมขี่ไปโดยไม่รู้ว่ามันจะออกไปได้หรือเปล่า?
 

 
ว้าว...What a big thrill! จะมีใครบ้าเหมือนตาลุงคนนี้หรือเปล่าเนี่ย? ผมลุยไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจว่ามันจะพาผมไปเจอทางออกจนได้... 

 
  
 
 
เห็นสายน้ำไหลเย็น ผมบอกตัวเองว่าอย่างเนี้ยลงเล่นน้ำได้ (เหมือนที่เคยทำในลาวหรือมาเลเซีย!)  
 
   

พอดียังไม่อยากเล่นน้ำ ผมกับสหัสเดชลุยไปข้างหน้าลูกเดียว...

 
ทางขึ้นลงเขาก็ทดสอบมาแล้ว คราวนี้ลองทำหน้าที่ gravel bike หน่อยนะ...  

 
 
เฮ้ยเว้ย...เจอสะพานแย้ว!
 

เลี้ยวออกสู่เส้นทางราบเรียบ...มุ่งหน้าไปไหนไม่รู้?

วิวสองข้างทางงดงามเหลือเกิน...
 

ในที่สุดก็มาถึงวัดที่ได้เห็นจากอีกฟากฝั่งจนได้...


ถึงจุดนี้...เจ้าสหัสเดชผ่านการทดสอบแล้วอย่างสมภาคภูมิ!!!

ก่อนเดินทางต่อ...

ผมจำไม่ได้แล้วว่าพัก hostel, guest-house, หรือ เฮือนพักครั้งท้ายสุดเมื่อไหร่? เพราะการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานของผมในช่วงหลัง ๆ มานี้ มักอาศัยนอนวัด นอนศาลาริมทาง นอนอุทยานแห่งชาติ นอนบ้านเพื่อน หรือแม้แต่นอนที่สถานีรถไฟซะมากกว่า...

ห

เมื่อได้ปั่นจักรยานมาถึงเมืองปานในทริปทดสอบสหัสเดชครั้งที่ 3 แม้ว่าวันแรกผมได้อาศัยกางเต็นท์นอนที่ศาลารายวัดทุ่งจี้ศรีเจริญแล้วก็ตาม ในวันที่สองผมก็ยังอยากจะนอนสบาย ๆ ในห้องพักที่ผมสามารถอาบน้ำได้สดชื่น ได้สั่งอาหารที่ถูกปากกิน ขอหยุดนอนเต็นท์ไว้สักคืนนึง...



ด้วยเหตุนี้ หลังจากได้เยือนวัดป่าม่อนพญาคำและวัดถ้ำอิทธิฤทธิ์แล้ว ผมก็ตัดสินใจปั่นจักรยานมาเข้าพักที่ บ้านผาจันฟาร์มสเตย์โดยมิลังเล

 
เป็นที่พักซึ่งมีห้องนอนและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ผมยินดีควักกระเป๋าจ่ายค่าที่พักซึ่งราคาไม่แพง รู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องแล้ว!  เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น...ผมตื่นขึ้นมาเก็บข้าวของเตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อ

 
ได้ชื่นชมกับบรรยากาศยามเช้ายามเมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นแนวเขาขึ้นมา...

 
แดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องสรรพสิ่งให้เกิดแสงสีและเงางามตา...

 
หาอย่างนี้ไม่ได้แล้วในที่พักราคาแพงในเมือง...


 

 
 



ค่าที่พักนั้นรวมอาหารเช้าด้วย เนื่องจากผมไม่กินเนื้อสัตว์ ครูเอกซึ่งเป็นทั้งเจ้าของ ผู้จัดการ คนสวน คนทำความสะอาด และพ่อครัว ทำข้าวต้มมาให้พร้อมไข่ต้ม 1 ฟอง...
 
 
  
 
 
มีเสบียงพกมาด้วย...ผมขอกินขนมปังโฮลวีททำเองกับกล้วยตากให้หมดวันนี้เลย...
 
 
เรียบโร้ยยยย....หมดเกลี้ยง กาแฟ 3 in 1 มีน้ำร้อนให้ชงดื่มได้ฟรี!
 
 
いただきます อิทะดะคิมัส!