





นอกจากมีทางออกสู่ทุ่งนาและทางหลวงชนบทหมายเลข 4015 แล้ว ยังมีประตูออกทางด้านข้าง...ผมเห็นเทวดานั่งอยู่บนหัวเสา

บันทึกการท่องโลกที่ค่อนข้างแตกต่าง ด้วยงบประมาณจำกัดแต่ใจเกินร้อย พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เพื่อนำประสบการณ์กลับมาฝาก!







14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9 โมง... ได้เวลาคว้าจักรยานเดินทางออกจากบ้านผาจันฟาร์มสเตย์...

ลาก่อนเจ้านิล...

ไม่รู้ว่าเกิดเปลี่ยนใจตอนไหน? ว่าจะไม่ไปอำเภอวังเหนือแล้วต่อไปยังจังหวัดพะเยา เพราะเกรงว่าเดินทางต่อไปมันจะไกลขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีเส้นทางสู่บ้านห้างฉัตรที่ดีกว่าย้อนกลับทางเก่า หรือถ้าจะไปเวียงลอจริง ๆ ก็ต้องไปต่อให้สุด ๆ คือถึงเชียงรายหรือเข้าลาวไปเลย ผมคิดว่าจากจุดที่กำลังปั่นอยู่ถ้าเปลี่ยนเส้นทางออกซ้ายมือ ข้ามคลองแม่ตุ๋ยแล้วใช้ถนนอีกสายหนึ่งปั่นกลับห้างฉัตร จะถึงบ้านได้ก่อนค่ำวันนี้ และตลอดเส้นทางก็จะได้เห็นวิวใหม่ ๆ ซึ่งมิใช่บนเส้นทางเดิม (ส่วนเรื่องจุดหมายที่ตั้งไว้คือ "เวียงลอง" เอาไว้ทริปหน้าค่อยว่ากันอีกที) ผมเลี้ยวเข้าไปตามถนนที่พอจะเดาได้ว่ามันจะพาไปยังคลองแม่ตุ๋ย...นั่นไงเจอแย้ว!!!



พอดียังไม่อยากเล่นน้ำ ผมกับสหัสเดชลุยไปข้างหน้าลูกเดียว...

เลี้ยวออกสู่เส้นทางราบเรียบ...มุ่งหน้าไปไหนไม่รู้?


ในที่สุดก็มาถึงวัดที่ได้เห็นจากอีกฟากฝั่งจนได้...
ถึงจุดนี้...เจ้าสหัสเดชผ่านการทดสอบแล้วอย่างสมภาคภูมิ!!!
ผมจำไม่ได้แล้วว่าพัก hostel, guest-house, หรือ เฮือนพักครั้งท้ายสุดเมื่อไหร่? เพราะการเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานของผมในช่วงหลัง ๆ มานี้ มักอาศัยนอนวัด นอนศาลาริมทาง นอนอุทยานแห่งชาติ นอนบ้านเพื่อน หรือแม้แต่นอนที่สถานีรถไฟซะมากกว่า...
ห
เมื่อได้ปั่นจักรยานมาถึงเมืองปานในทริปทดสอบสหัสเดชครั้งที่ 3 แม้ว่าวันแรกผมได้อาศัยกางเต็นท์นอนที่ศาลารายวัดทุ่งจี้ศรีเจริญแล้วก็ตาม ในวันที่สองผมก็ยังอยากจะนอนสบาย ๆ ในห้องพักที่ผมสามารถอาบน้ำได้สดชื่น ได้สั่งอาหารที่ถูกปากกิน ขอหยุดนอนเต็นท์ไว้สักคืนนึง...




