วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดศรีรัตนมงคล (วัดร้องยาว) อ.สารภี


วัดศรีรัตนมงคล หรือวัดร้องยาว อ.สารภี มิได้อยู่ในรายชื่อวัดที่ผมจดไว้ แต่ก็โชคดีที่บังเอิญได้ไปเจอ แล้วนำภาพมาฝากเพื่อน ๆ


เป็นคนเดินทางที่ไม่ทันสมัย...ผมมีแค่เศษกระดาษที่จดไว้ว่ามีอะไรอยู่ที่ไหน?  จากวัดป่าแคโยง (P) ไปถึงสี่แยกใหญ่บนถนนรอบเมือง (I) ปั่นจักรยานเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางลูกรังที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเพิ่มเลน สายตามองหาวัดเชียงแสน  google earth ให้ข้อมูลไว้ผิด ผมไม่มีทางได้เจอหรอก เพราะมันอยู่คนละทิศ!


ไปได้แค่ ๗๐๐ เมตร...ผมตัดสินใจเลี้ยวซ้ายที่ปากทาง (L) ปั่นเข้าไปตามถนนเส้นเล็ก ๆ คิดว่าถ้ายังไงก็ค่อยปั่นกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ถนนเชียงใหม่-ลำพูน (106)


เข้าไปอีก ๑ กิโลเมตรก็พบกับวัดร้องยาว [w] ที่ไม่มีชื่อในแผ่นโพย...


กลับมาแล้วจึงพบข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ว่า...
ชาวบ้านจากหลายพื้นที่ทยอยเดินทางไปกราบไหว้ขอพร พร้อมตักน้ำจาก “บ่อบ่แห้ง” หรือน้ำบ่อที่ไม่เคยแห้งข้างวัดศรีรัตนมงคลหรือวัดร้องยาวขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าทำให้หน้าตาสดใสและสายตาดี....
เจ้าอาวาสกล่าวว่าก่อนหน้านี้ได้ปรับพื้นที่จนพบบ่อน้ำสี่เหลี่ยม ด้านข้างมีกองดินเจดีย์เก่า น้ำในบ่อดังกล่าวไม่เคยแห้ง...นอกจากนั้นในวัดยังมีศิลาแลงที่โผล่จากพื้นดิน มีคนมากราบไหว้และนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาล้าง บ้างก็มาโยนเหรียญใส่ขอพรตามความเชื่อ..
ผมเลี้ยวจักรยานเข้าไปจอดข้างในวัด เพื่อน ๆ ตามนะครับ....



ศาลาหลวงพ่อสมปรารถนา (1) ตั้งอยู่ด้านหน้า....



ด้านซ้ายเป็นศาลาบำเพ็ญบุญหรือศาลาอเนกประสงค์ (2)...



เต็นท์ที่เห็นนั้นคือที่นอนของเณร...


วิหาร (3) อยู่เบื้องหน้า...


วิหารสร้างไว้ในลักษณะเปิด สว่างไสว อากาศถ่ายเทได้ดี แต่เวลามีลมพายุก็ยุ่งเหมือนกัน...





เดินไปดูบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (4)


ขอดื่มคนด้วยนะครับ...




ให้การต้อนรับอย่างดี...หญิงผู้นี้พาผมเที่ยวเดินชมโดยรอบ


นี่คือศิลาแลงซึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตามที่ปรากฏในข่าว...


หอเสื้อวัด (5)...


ต้นโพธิ์...


ผมดีใจเมื่อได้มาเยือนวัดร้องยาวที่เพิ่งสร้างใหม่ได้ ๔-๕ ปี ยังไม่ปรากฏชื่อและตำแหน่งที่แน่นอนใน google maps...


ออกจากวัดร้องยาวไปเลี้ยวซ้ายตรงสามแยก (6)...ผมปั่นไปตั้งต้นใหม่ที่วัดกู่เสือ (K) !

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดป่าแคโยง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี



หากเป็นเช่นนักสนุกเกอร์...ผมก็คงกำลังสาวคิวค่อย ๆ เก็บลูกสีไปทีละลูก!  เริ่มจาก "วัดป่าแคโยง" ๑๓๒ ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี เป็นอันดับแรก...


จากสถานีรถไฟสารภี (1) ปั่นจักรยานขึ้นเหนือไปตามถนนเชียงใหม่-ลำพูน (106) ผ่านโรงเรียนวัดเวฬุวัน วัดกู่เสือ วิทยาลัยเทคนิคสารภี เลี้ยวขวาเข้าซอย 4 แล้วตรงไปอีก ๔๐๐ เมตร ก็ถึงวัดป่าแคโยง (2)  อากู๋บอกว่าระยะทางรวมแล้ว ๓.๑ กิโลเมตร ถ้าเดินไปต้องใช้เวลา ๓๘ นาที แต่ผมปั่นเจ้า Banian ไปใช้เวลาไม่นาน (ข้อดีของ FB Trip)...


ชื่อวัดมาจากชื่อหมู่บ้านนั่นเอง เหมือนกับบ้านป่าเส้าที่มีต้นเส้าเยอะ...แต่ก่อนหมู่บ้านนี้ก็เต็มไปด้วยต้นแคที่ออกดอกเป็นพวงโน้มกิ่งให้โยงเข้าหากัน จึงเป็นที่มาของชื่อ “บ้านป่าแคโยง”  วัดนี้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ บนเนื้อที่ ๓ ไร่กว่าประกอบด้วยวิหารและเจดีย์ อุโบสถทรงล้านนา หอไตร หอระฆัง กุฏิสงฆ์ ฯลฯ ครบถ้วนตามรูปแบบของศาสนสถานประจำหมู่บ้าน ขอเพื่อน ๆ ดูภาพด้วยนะครับ


สิงห์ผู้อารักษ์ (1) ดูท่าทางใจดี...หน้าตาไม่ขมึงทึง!


เข้าไปในวัดก็เห็นพระเจดีย์ (2) อยู่หลังวิหาร (4)







วิชาลูกเสือบอกว่าถ้าไม่มีเข็มทิศให้หาทิศจากโบสถ์วิหารซึ่งส่วนใหญ่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แสงที่จับอยู่หลังวิหารบ่ายวันนี้พิสูจน์ได้ชัดเจน...



จากข้างวิหารผมขยับไปยังอุโบสถ (3) ตั้งขนานอยู่ด้านข้าง...



เดินมาเก็บภาพด้านหน้า...


และด้านหน้าวิหาร...





เห็นช่างกำลังตกแต่งหน้าจั่วศาลาหลังเล็ก (5)...



หอไตร (6) ตั้งอยู่ข้างวิหารทางด้านเหนือ...




ตรงข้ามเป็นหอระฆัง (6)...


อาคารใหญ่โตที่อยู่ถัดไป (9) ทีแรกนึกว่าเป็นศาลาการเปรียญ พอเห็นป้ายจึงรู้ว่าเป็น "กุฏิสงฆ์"


หอเสื้อวัด (8) อยู่ตรงมุมรั้วด้านหน้า...


ชมพูลงหลุมไปแล้วต้องเล็งหาลูกต่อไป...ผมปั่นจักรยานออกไปยังทางหลวง 106 เรียงรายด้วยต้นยาง!

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

FB Trip ไปสารภีครั้งที่ ๒

ขอกลับมาเขียนเรื่อง "FB Trip" (การเดินทางโดยมีจักรยานพับแนบข้างไปด้วย) อีกครั้ง พอดีช่วงนี้ยังไม่มีโอกาสได้แบกเป้ไปไกล ๆ เปิดปฏิทินดูแล้วก็ยังหาช่วงเวลาเหมาะสมสำหรับการไปลาวใต้ไม่ได้! ผมคงต้องนำจักรยานขึ้นรถไฟไปลงตามสถานีในจังหวัดใกล้เคียง แล้วปั่นเที่ยววัดวาอาราม หาภาพมาฝากเพื่อน ๆ เป็นการแก้ขัดไปก่อน!


ผมยังยืนยันว่า FB Trip เป็นการท่องเที่ยวที่ประหยัดและสะดวกสำหรับทริประยะสั้น ๆ  ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากไปเที่ยวอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ผมก็แค่นำจักรยานขึ้นรถไฟฟรีขบวน 408 (เชียงใหม่ - นครสวรรค์) ไปลงสถานีรถไฟเด่นชัย หาที่พักราคาถูกใกล้ ๆ ให้ได้แล้วใช้เวลา ๔-๕ ชั่วโมงปั่นเที่ยว วันรุ่งขึ้นก็ตื่นให้ทันสัมผัสบรรยากาศยามเช้า ใช้เวลาอีกเกือบครึ่งวันให้คุ้มค่าก่อนนั่งรถไฟขบวน 407 กลับ...




แนะนำให้เดินทางในช่วงวันอังคาร-พฤหัส เพราะรถไฟจะว่าง...นั่งสบายมากกกก


นำจักรยานพับขึ้นรถไฟไม่มีปัญหา รฟท. ประกาศไว้แล้วว่าไม่ต้องเสียค่าระวาง


จากห้างฉัตรถึงสารภีใช้เวลาไม่ถึง ๒ ชั่วโมง มีภาพดี ๆ ให้เห็นตลอดทาง....





จากสถานีป่าเส้า เจ้าดีเซลรางเปิดหวูด เร่งเครื่องตรงไปยังสถานีสารภี!!  ถึงแล้วจ้า...


สถานีย่อยรายทางอย่างนี้ส่วนใหญ่จะถูกจัดไว้อย่างสวยงาม เพื่อน ๆ รู้สึกได้เมื่อก้าวลงสู่ชานชาลา...


ผมกางจักรยานออกแล้วดูนาฬิกา เพิ่งบ่าย ๒ โมงครึ่ง ยังมีเวลาอีกไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง โพยในมือบอกชื่อวัดที่จะต้องตามเก็บดังนี้...

  • วัดป่าแคโยง
  • วัดกองทราย
  • วัดผางยอง
  • วัดดอนจืน
  • วัดเชียงแสน
  • วัดกอมะม่วงเขียว


ลุยเล้ยยยยยยยยย......