วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดศรีสองเมือง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ชื่อ "วัดศรีสองเมือง" มีอยู่หลายแห่งในประเทศไทย...วันนี้อยากชวนเพื่อน ๆ ไปวัดศรีสองเมืองที่อำเภอสารภีด้วยกัน!


วัดศรีสองเมืองที่ว่านั้นอยู่เลขที่ ๑๒ หมู่ ๒ บ้านศรีสองเมือง ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ บนพื้นที่ ๔ ไร๋กว่า ๆ ซึ่งร่มรื่นเขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ถ้าได้ไปเยือนก็เหมือนได้พลัดหลงเข้าไปเจอเทวาลัยอยู่ในป่าใหญ่ ทั้ง ๆ ที่วัดนี้อยู่ไม่ไกลจากสี่แยกถนนรอบเมือง (1) ซึ่งวุ่นวายด้วยการจราจร จากซุปเปอร์ไฮเวย์เลี้ยวเข้าไปตามถนนลาดยางนิดเดียวก็ถึงแล้ว (2)...


ไม่เหมือนใคร... วัดนี้มีทางเข้า (3) ที่มียักษ์ ๒ ตนถือดาบและกระบองนั่งเฝ้าอยู่!!




พระอุโบสถ (4) หลบอยู่หลังแนวไม้ ภายในรั้วแลขอบเขตพัทธสีมาที่มีป้ายติดไว้ข้างหน้าว่า "ห้ามเข้า"....





"วิหารพระเจ้าทันใจ" (9) อยู่ทางด้านทิศตะวันออก



ส่วน "หอเสื้อวัด" อยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดรั้ว...


หอระฆังทางด้านทิศเหนือสร้างด้วยไม้ลวดลายวิจิตร...



พระวิหารหลังใหญ่ (6) มีเจดีย์ตั้งอยู่ด้านหลังตามรูปแบบของวัดทั่วไปในภาคเหนือ...


เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ในที่ท้องฟ้าครึ้มด้วยเมฆฝน รูปไม่ชัดเท่าที่ควร...







บันไดนาคหน้าวิหารงดงามยิ่ง!  ผมทราบมาว่าช่างสร้างวัดชาวลำพูนมีฝีมือเป็นที่ประจักษ์...



ภายในประดิษฐานหลวงพ่อขาว เสียดายที่วันนี้ประตูปิด...




กุฎิสงฆ์ตั้งอยู่ตรงมุมรั้ว


มีอาคารอเนกประสงค์ (10) ยาวไปตลอดแนวเขตรั้ว...


เมื่อผมเดินถือกล้องเดินผ่านไป... เจ้าด่างถูกปลุกให้ลุกขึ้นจาก dorm bed ของมัน!


ขอโทษด้วยนะที่มารบกวน...ผมบอกมันในใจก่อนที่จะรีบสาวเท้าก้าวกลับออกไป!

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

พระธาตุป๋อมป๋อ ดอยแล

ในวันที่กลับมาจากพิธีสืบชะตาแม่น้ำที่บ้านวอแก้ว อาจารย์สุภาพ ต๊ะใจได้มอบหนังสือ "ที่ระลึกงานทอดกฐินสามัคคีวัดพระธาตุดอยแล" ให้ไว้หนึ่งเล่ม ท่านแนะนำให้ผมอ่านประวัติความเป็นมา ก่อนไปเยี่ยมชมวัดพระธาตุป๋อมป๋อดอยแล...


หน้า ๔-๕ มีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ในหนังสือรับรองการสร้าง / บูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์ดังนี้...
วัดพระธาตุป๋อมแป๋ดอยแลอยู่ในสังกัดวัดวอแก้ว ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้าน ๓ บ้านวอแก้ว อำเภอห้างฉํตร จังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ดินตั้งวัดรวม ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา โดยเป็นที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๕ แปลง ซึ่งได้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนางเจ้าจามะเทวีบรมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพระเจ้าอนันตยศ พระราชบุตรองค์รอง ณ นครเขลางค์ โดยได้อาราธนาอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเข่าไปด้วย เมื่อผ่านขุนเขาภูดอยจนถึงบ้านบก พระนางทรงพบว่ามีพระอรหันต์จำพรรษาอยู่ ๑ รูป ยังความปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง จึงได้หยุดพักขบวนและค้างแรมตลอดจนทำภารกิจส่วนพระองค์ อาทิ ได้สั่งให้ทหารขุดบ่อน้ำขึ้น ๑ บ่อ เพื่อสรงน้ำ
กาลนั้นพระนางได้คิดถึงคุณพระอรหันต์และพระพุทธศาสนา จึงได้สร้างวัดขึ้นเพื่อชุมชนและความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาในภายภาคหน้า ทรงตั้งนามว่า วัดบ้านบก (ในปัจจุบันเหลือเพียงซากเนินดินและแนวกำแพงอิฐ/ดิน) พระนางยังคงมีพระราชประสงค์จะสร้างที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหัวเข่า พระอรหันต์จึงแนะให้สร้างพระธาตุบนดอยซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดบ้านบก ซึ่ง ณ จุดนี้สามารถแลเห็นได้ไกลตลอดจากอำเภอห้างฉํตรถึงเขตอำเภอเมือง อันเป็นมหามงคลที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง พระนางจึงสั่งให้เสนาอำมาตย์สร้างวอ (เสลี่ยง) ประดับประดาด้วยแก้วและทองคำอันวิจิตรงดงามขึ้นหลังหนึ่ง เพื่อใช้หามพระอรหันต์ไปยังดอยแห่งนี้
เมื่อถึงแล้ว พระนางและพระอรหันต์ได้ทำพิธีสร้างพระธาตุเจดีย์ พร้อมทั้งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ เมื่อสร้างเสร็จพระนางเจ้าจามเทวีทรงแลไปทางวัดพระธาตุลำปางหลวงอันเป็นที่พำนักเจ้าอนันตยศ ขณะนั้นมีพ่อลัวะก้อน ชาวชนบท ได้เดินทางผ่านมาพร้อมกับกระบอกไม้ป้าง (ป๋อมป๋อ) ซึ่งเป็นไม้ข้าวหลามสำหรับใส่น้ำผึ้งและผลไม้ตามฤดูกาลโดยใช้กิ่งไม้ขะจาวเป็นคันหาบ จึงให้ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อนำสัมภาระสิ่งของไปถวายเจ้าอนันตยศ พระบรมธาตุแห่งนี้จึงมีนามว่า พระธาตุป๋อมแป๋ดอยแล มาจนบัดนี้ ส่วนชื่อหมู่บ้าน วอแก้ว มาจาก เสลี่ยงคำ (วอประดับด้วยแก้วทองคำ) ที่พระนางทรงรับสั่งให้สร้างเพื่อหามพระอรหันต์
ปัจจุบันพระธาตุป๋อมแป๋ดอยแลมีอายุราว ๑,๕๑๕ ปี สภาพพระธาตุได้ชำรุดผุพังเกิดรอยร้าวไปตามกาลเวลา จึงได้รับอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ในลักษณะครอบทั้งองค์ ตามแบบศิลปะพระธาตุลำปางหลวง ตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง มีขนาดกว้าง ๖ เมตร สูง ๑๓ เมตร...
หน้า ๑๑ มีแผนที่แนวเส้นทางเดินติดต่อกันระหว่างหริภุญชัย - เขลางค์นคร ในยุคพระนางเจ้าจามเทวีประกอบด้วย...


เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมมีโอกาสไปวัดพระธาตุป๋อมแป๋ดอยแล จากวัดวอแก้ว (1) ขับรถไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร เห็นบันไดนาคสูงชันของวัดพระธาตุฯ (2) อยู่ทางด้านซ้ายมือ...


ขอนำภาพมาฝากเพื่อน ๆ ดังนี้...


บันไดนาค ๕ เศียรสร้างโดยช่างฝีมือดี...



เหนื่อยหน่อยนะครับ สำหรับการเดินขึ้นไปจนถึงข้างบนโน่น...



จากข้างบนสามารถมองเห็นวิวสวยเบื้องล่างได้...



วิหารไม้หลังย่อม (3) อยู่ในลักษณะเปิด...



ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์...




ด้านข้างมีศาลาพระฤาษีตั้งอยู่ด้วย ๑ หลัง....


พระธาตุเจดีย์อยู่หลังวิหาร....












วันไหนมีโอกาส ผมจะต้องไป "วัดบ้านบก" ให้ได้ครับ!