แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดกู่คำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัดกู่คำ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2563

พระเจดีย์วัดกู่คำ จ.เชียงใหม่

ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งเป็นวัดที่ถูกต้อง ขึ้นทะเบียนของกรมการศาสนาสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ วัดกู่แดงได้ชื่อใหม่ว่า "วัดกู่คำ" 


"กู่คำ" หมายถึง "เจดีย์ทองคำ"  วันนี้ผมได้มาเห็นพระเจดีย์สีทองสวยงามที่วัดกู่คำและเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้... 












วันนี้ทำได้แค่นี้เอง ผมหวังว่าเมื่อตายไปแล้ว ภาพเหล่านี้คงจะยังเหลืออยู่ในอินเทอร์เน็ตให้คนรุ่นหลังได้เห็นต่อไป!

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2563

วิหารวัดกู่คำ จ.เชียงใหม่


ช่อฟ้าใบระกาและหน้าบันของวิหารวัดกู่คำ จังหวัดเชียงใหม่ ดูงดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ผมเห็นบันไดนาคกว้างนำทางสู่มุขด้านหน้า....



รั้วเหล็กและประตูปิดอยู่ ตาแก่เมืองรถม้าทำได้เพียงเก็บภาพโดยรอบมาฝากเพื่อน ๆ...


  























ถ้าจำไม่ผิด คิดว่าผมเคยมานอนอยู่ในวิหารแห่งนี้ ตอนที่ยังเป็นวิหารหลังเก่า! 

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2563

อุโบสถวัดกู่คำ จ.เชียงใหม่

จากหลักฐานที่ว่าวัดกู่คำสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๒๐  นับนิ้วดู...ผมพอประมาณอายุของอุโบสถที่เห็นอยู่เบื้องหน้าว่าคงจะเก่าแก่น่าดู!!



เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...



มกรคายนาค พุทธศิลปดินแดนล้านนา น่าจะสร้างใหม่ (ฟันฟางยังอยู่ครบ... อิอิ)














เก็บภาพต้นโพธิ์ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ไว้อีก ๑ บานครับ...



คิดว่าอุโบสถหลังนี้จัดว่าเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่ายิ่งของวัดกู่คำครับ...

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563

วัดกู่คำ จ.เชียงใหม่



 

วัดกู่คำ ตั้งอยู่ใกล้ถนนทุ่งโฮเต็ล ห่างจากบ้านที่ผมอาศัยในซอย ๓ ด้วยระยะ walkable distance เป็นวัดที่พระเณรออกเดินบิณฑบาตทุกเช้า ผ่านไปให้คุณแม่ปราณีของผมได้ใส่บาตร อีกทั้งยังเคยเป็นวัดที่เคยมาพักอาศัยในขณะเป็นภิกษุอีกด้วย...


ประมาณเที่ยงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ผมขี่จักรยานมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่ซุ้มประตูโขงตรงทางเข้า...
 


กล่าวกันว่าวัดกู่คำ สังกัดมหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๒๐ (จากหลักฐานบันทึกด้วยดินสอบนโฉนดที่ดิน) บนพื้นที่ประมาณ ๔ ไร่ มีโรงเรียนเทศบาลวัดกู่คำตั้งอยู่


ผมนำจักรยานจอดไว้หน้าสำนักงานวัด เห็นป้ายพิธีสวดมนต์ข้ามปีที่ผ่านไปเมื่อคืนที่ผ่านมา...


เดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...



เล่าสืบทอดต่อกันมาว่าแต่เดิมมีซากเจดีย์เ่ก่าแก่เป็นซากกองอิฐปรักหักพังทับถมกันอยู่คล้ายกู่ หรือเจดีย์ร้างครึ่งองค์  ต่อมา "หลวงขจัด ทัณฑนิกร" ได้ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันบูรณะให้เต็มองค์ แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาอยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนี้...



 

 



มีอนุสาวรีย์ครูบาบุญปั๋น ปญญาทีโป ตั้งอยู่...





พระครูทวีศักดิ์ เมตตจิตโต รับตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๒๘ – ๒๕๔๑ คือภิกษุผู้รู้จักคุณแม่ปราณีของผมเป็นอย่างดี ท่านช่วยเป็นพระพี่เลี้ยงให้ในช่วงที่ผมมาพักอยู่ที่วัดกู่คำ เสียใจที่ท่านมรณะภาพเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๑๕๔๑ ในขณะที่มีอายุ ๕๔ ปีเอง เจดีย์บรรจุอัฐิของท่านตั้งอยู่ ตาแก่เมืองรถม้าขอกราบวันทาด้วยความเคารพยิ่ง...

 

 

พยายามมองหาภาพเก่าในอดีต แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปสิ้น!