แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป่าแดด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป่าแดด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พระเจดีย์วัดวังสิงห์คำ เชียงใหม่

พระเจดีย์วัดวังสิงห์คำอยู่หน้าวิหาร ติดกับทางเข้าวัด เป็นตำแหน่งเดิมที่ได้สร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เก่าเอาไว้...


เห็นระฆังคว่ำบนฐานสี่เหลี่ยม มีซุ้มจระนำจตุรทิศประดิษฐานพระพุทธรูป  ไม่ได้ร่ำเรียนมา...ผมเข้าใจว่าเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา ซึ่ง สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า....
"เจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา" มีรูปแบบที่เด่นชัดมากตามแบบศิลปะล้านนา ลักษณะสำคัญคือ ฐานสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม (หรือเรียกว่า ฐานยกเก็จ) ต่อขึ้นไปเป็นฐานในผังกลมซ้อนลดหลั่นกันจำนวน ๓ ฐาน ชุดฐานดังกล่าวรองรับทรงระฆัง ซึ่งมีทรงกรวยเป็นส่วนยอด
เก็บภาพมาให้เพื่อน ๆ แล้วดังนี้...














 

 


เหลือเวลาอีกไม่มาก ผมหวังว่าเมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว ภาพเหล่านี้ยังคงอยู่ใน cyber world ให้ลูกหลานได้ดูต่อไป....

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

วิหารวัดวังสิงห์คำ เชียงใหม่


วิหารวัดวังสิงห์คำ (2) หลังคาลดชั้น ๓ ระดับ งดงามด้วยช่อฟ้าใบระกาแลหน้าบัน สร้างใหม่ตามสถาปัตยกรรมล้านนา บนที่ตั้งของอุโบสถ หันหน้าสู่ทิศตะวันออกไปทางแม่น้ำปิง


  เว็บ tripchiangmai.com กล่าวว่า...
พระวิหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สถาปัตยกรรมล้านนา หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้นพรรณพฤกษาสีทองบนพื้นสีเขียว ตรงกลางเป็นรูปช้างสามเศียร ราวบันไดเป็นมกรคายนาค ซุ้มโขงทางเข้าประดับดับด้วยลายปูนปั้นรูปสิงห์ และธรรมจักรบนกระจกสีฟ้า ผนังด้านหน้าเขียนภาพจิตรกรรมพุทธประวัติ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิเป็นพระประธาน ที่ฝาผนังมีจิตรกรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ และทศชาติชาดก
ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล ผมขอนำภาพที่ได้ถ่ายมาโพสต์ให้เพื่อนดูด้วยเลยดังนี้...







ประตูวิหารเปิดอยู่ ผมได้เข้าดูข้างใน...






พระประธานปิดทองเรืองอร่าม...



 






ผมเห็นธรรมาสน์โบราณล้ำค่า!



ฝาผนังภายในวิหารรายรอบด้วยภาพจิตรกรรม เดี๋ยวนำมาให้เพื่อนดูนะครับ...

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

วัดท่าใหม่อิ - พญาสิงห์เหมราช

ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังทางหลวงชนบท ชม.4032 ผมเห็นป้ายชี้ทางไป "วัดวังสิงห์คำ" และ "วัดท่าใหม่อิ" ซึ่งอยู่ในตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่...


ชื่อวัด ๆ แรกผมก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะรู้จักวังสิงห์คำ แต่ชื่อวัดท่าใหม่อินั้นชวนให้นึกขำ (อิอิ) คิดว่าถ้าเขียนเป็น "วัดท่าใหม่ อิอิ" คงจะน่าสนใจไม่น้อย ผมบอกตัวเองว่าต้องหาวัดชื่อนี้ให้ได้ แม้ว่าจะต้องปั่นไปไกลถึงป่าแดด ขี่จักรยานตามหานานนับชั่วโมง ในที่สุดก็หาจนเจอ รู้สึกภูมิใจนิด ๆ เพราะไม่ได้ใช้ GPS ไม่มีแผนที่ ผมปั่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางเลียบแม่น้ำปิง พบเจอวัดใหญ่น้อยอีก ๓-๔ วัด ได้แวะเข้าชมและถ่ายภาพเหมือนกับเป็นโบนัสพิเศษ





เว็บ tripchiangmai.com กล่าวว่า...
วัดท่าใหม่อิ ตั้งอยู่บนถนนวงแหวนรอบนอก เชิงสะพานข้ามแม่น้ำปิง บ้านท่าใหม่อิ ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยกทัพขึ้นมารบกับพม่า ชื่อวัดมีที่มาจากพระนาม “พระนางมณีจันทร์” พระชายาของพระนเรศวร ซึ่งเคยใช้พระนามแฝงว่า “แม่อิ” (เป็นคำขึ้นต้นของบทสวดอิติปิโส) ชื่อนี้ได้กลายมาเป็นชื่อของ “วัดท่าอิ” ต่อมากลายเป็น “วัดท่าใหม่อิ” จนถึงปัจจุบัน 

ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง หรือเป็นเพียงแค่การสันนิษฐาน แต่จากคำบอกเล่าก็พอทำให้สิ้นสงสัยในเรื่องชื่อแปลก เหลือเพียงรอยยิ้มอย่างขำ ๆ บนใบหน้าเหมือนตอนผมเปิดอ่านต่วยตูนฉบับเก่า ๆ  เอาหละเรามาดูกันเลยว่าวัดนี้ยิ่งใหญ่สมคำเล่าลือจริงหรือ?  จากภาพถ่ายดาวเทียมเห็นได้ว่าวัดนี้ใหญ่จริง ขอเพื่อน ๆ ดูจุดขาว ๆ ขนาบอยู่ตรงถนนทางเข้า (1) ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนรอบเมืองเชียงใหม่...



นั่นไง...พญาสิงห์เหมราช  ผู้พิทักษ์สูงใหญ่ขนาดต้องแหงนหน้าดู!




ขอขอบคุณที่มาของภาพและข้อมูลจาก himmapan.com
himmapan.com  อธิบายว่า...
พญาสิงห์เหมราช ตามชื่อของสัตว์ชนิดนี้ เหมราชเป็นสัตว์ผสมที่มีร่างเป็นสิงห์ส่วนหัวเป็นเหม เหมเป็นสัตว์ในวรรณคดีไทยชนิดหนึ่ง บ้างก็ว่ามีลักษณะเหมือนหงส์ (ห่าน) แต่ในบางรูปก็วาดเหมดูเหมือนสัตว์ตระกูลจระเข้...


อลังการงานสร้างจริง ๆ  อยากบอกเพื่อน ๆ ว่า "กำเดียวจะปาไปผ่อเน้อ "



วัดนี้คงจะต้องเขียนยาวหน่อย อิอิ