แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดสุรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดสุรินทร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การแสดงของช้าง จังหวัดสุรินทร์

ถ่อสังขารไปถึงหมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์... ผมก็ต้องไปดูการแสดงของช้างที่ "ศูนย์คชศึกษาจังหวัดสุรินทร์" ให้ได้ แม้จะเคยได้เห็นการแสดงที่ "ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยจังหวัดลำปาง" มาแล้วก็ตาม...


การแสดงมีวันละ ๒ รอบ คือ ๑๐.๐๐ น. และ ๑๔.๐๐ น. ผมถามท่านประธาน อบต. ว่าไปรอบไหนดี ท่านแนะนำว่ารอบบ่ายจะมีคนไม่มากเท่ารอบเช้า ตกลงไปรอบบ่ายละกัน.. แต่ขอไปกินสุกี้ทะเลที่ร้านอาหารหน้าศูนย์ฯ ก๋อนเด้อ


ชามละ ๔๐ บาท ผมชอบที่มีผักให้กินจุใจ น้ำจิ้มก็รสดี ไม่เป็นปัญหาครับ...เนื้อสัตว์เขี่ยออกไปให้เจ้าตูบช่วยกิน


ได้เวลาก็ไปที่ลานแสดง มีนักท่องเที่ยวไปนั่งรอกันบ้างแล้ว ชาวต่างประเทศเสียค่าเข้าชมคนละ ๑๐๐ บาท คนไทย ๕๐ บาท จริง ๆ แล้วไปยืนอยู่ด้านนอกก็เห็นการแสดง เพราะเค้ายังขึงผ้าใบไว้ไม่ครอบคลุม แถมยังไม่มีใครมาเช็คบัตรซะอีก แต่ผมก็ยินดีที่จะเดินกลับไปซื้อตั๋วที่จุดจำหน่าย คิดว่าคนเราต้องซื่อตรงและช่วยกันรักษากฎระเบียบ เงินที่ได้เค้าก็นำไปเลี้ยงดูเจ้าสัตว์แสนรู้เหล่านั้น...


คนขายตั๋วแจ้งว่าการแสดงอาจช้ากว่ากำหนดเพราะต้องรอแขกพิเศษ นี่แหละ...ตรงนี้เองที่เป็นการบริหารแบบไทย ๆ คือไม่ค่อยคำนึงเรื่องการตรงต่อเวลา และมากด้วยอภิสิทธิ์ชน แม้จะไม่เดือดร้อน...แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบ คิดว่านักท่องเที่ยวที่มารออยู่นานแล้วก็คงไม่ชอบสักเท่าไหร่...


ช้าไปกว่าครึ่งชั่วโมง มากันแล้วครับแขกพิเศษ เป็นคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถ้าเด็ก ๆ เรียนรู้ว่า "การไม่ตรงต่อเวลา" เป็นเรื่องปกติ ครูก็บอกว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม ศูนย์ฯ ก็ให้รอแขกพิเศษ คนอื่นไม่เป็นไร ปล่อยให้นั่งรอไปก่อนได้ อย่างนั้นจะกำหนดเวลาไว้ทำไม? สำหรับผมไม่อาทรเพราะมีเวลาเหลือเฟือ เพียงแต่อยากให้เยาวชนของเราเป็นผู้มีวินัยแลเคร่งครัดในเรื่องการรักษาเวลามากกว่านี้  หากมาช้า...การแสดงเริ่มไปแล้ว ๑ ชุด ก็ไม่เห็นเป็นไร  คราวหน้าไปทัศนศึกษาที่ไหนอีก...ก็จะได้ช่วยกันรักษาเวลาให้ดีกว่านี้ เท่านั้นเอง!  ผมเขียนบ่นด้วยความเป็นห่วงอนาคตของชาติครับ!


ไปดูการแสดงกันดีฝ่า... เริ่มจากช้างเคลื่อนขบวนเข้ามา!


แสดงความเคารพผู้ชม...


แล้วแสดงกายกรรม....



จากนั้นก็แสดงการขว้างลูกดอกโดยมีเป้าเป็นลูกโป่ง...


ต่อไปเป็นการวาดภาพโดยช้าง ๒ เชือก...


ทางด้านขวาวาดรูปต้นไม้...



ทางด้านซ้ายวาดรูปดอกกุหลาบ...  เสร็จแล้วครับ!


นำออกประมูล หรือจำหน่ายเลยในราคาภาพละ ๕๐๐ บาท...


จากนั้นก็แสดงฮูล่าฮูป...






แล้วเป็นการเต้นเซิ้ง น่ารักจริง ๆ (ช้างนะครับ) ผมชอบการแสดงชุดนี้มากกกก....


การแสดงเป็นหมอนวด โดยมีอาสาสมัครลงไปนอนให้ช้างเหยียบ...


การแสดงชุดต่อไปต้องขอผู้อาสา ๓ คนไปนอนให้ช้างเดินข้าม...


ชุดต่อไปนี้ต้องได้อาสาสมัครสาวสวยเท่านั้น...


ต่อมาก็เป็นการเล่นฟุตบอล  ประชันหน้ากันระหว่างผู้รักษาประตูกับผู้ยิงลูกโทษ!



ดูเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนหลังช้างสิครับ...


อ้าว... ลูกนี้ออกนอกกรอบ!





ต้องอย่างเนี้ย! ลูกพุ่งเข้ามุม....ไม่รู้ว่าผู้รักษาประตูจะปัดออกได้รึเปล่า?


รายการสุดท้ายเป็นการแสดงบาสเกตบอล ท่าเนี้ย... ถ้าไมเคิล จอร์แดนมาเห็นคงจะหนาว!


ชูทเท่าไหร่ก็ไม่เข้า หุหุ ยัดลงห่วงมันซะเลย!


จบการแสดงที่คุ้มค่าต่อการเข้าชมแล้วครับ ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเห็นความน่ารักของช้างแห่งบ้านตากลาง ขอขอบคุณทุกชีวิตที่มีส่วนในการอนุรักษ์สิ่งดี ๆ เหล่านี้ไว้ด้วยความรู้สึกศรัทธาและจริงใจ... 

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วัดหนองบัว จังหวัดสุรินทร์


วัดหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ อยู่ไม่ไกลจากสถานีขนส่ง แค่เดิน ๑๐๐ เมตรออกจากท่ารถเลี้ยวซ้ายไปอีกไม่ถึง ๓๐๐ เมตรก็เห็นแล้ว...



เช้าวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๙ ผมไปหยุดยืนอยู่หน้าสระน้ำ (1) ตรงมุมสี่แยกถนนจิตรบำรุงกับถนนเทศบาล ๑...



ไปดูกันหน่อยนะ...


ต่างกับวัดทางบ้านผม...ซุ้มประตู (4) มิได้ใหญ่โต!


ผมเดินเข้าไปจนถึงอุโบสถ (3)...






อยู่ภายในพัทธสีมา ล้อมรอบด้วยรั้วและซุ้มประตู...




ที่เห็นน่าจะเป็นศาลาการเปรียญ...


ทางวัดมิได้เน้นเรื่องความงดงามด้วยเจดีย์สีทอง แต่สร้างฌาปนสถาน (5) ไว้เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน...


มีศาลาอเนกประสงค์ไว้ใช้งาน...


ที่สำคัญคือวัดหนองบัวได้สร้างอาคารใหญ่โต (6) ไว้ใช้เก็บอัฐิ กล่าวกันว่าเป็นคอนโดมิเนียมเก็บอัฐิแห่งแรกในจังหวัดสุรินทร์ ...



ก็เพิ่งเคยเห็น...ผมแทบไม่เชื่อสายตา!