วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วัดเจดีย์สถาน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

วัดเจดีย์สถาน ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๕ หมู่ ๑ เหมืองผ่า ตำบลริมเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่...

 

จากถนนโชตนา ผมเลี้ยวขวาเข้ามาปั่นบนเส้นทาง ชม.4087 ถนนลาดยางที่มีธารน้ำอยู่ด้านซ้ายมือ ต้นไม้สูงสองข้างทางให้ความร่มรื่น...
 
 
หลังจากผ่านเลยวัดป่าดาราภิรมย์  เห็นร้าน 7-11 ตั้งอยู่ตรงมุมสี่แยก (1)
 
 
แวะซื้อนมแล็คตาซอย น้ำส้ม กับน้ำเย็น มาดื่มเสริมพลังซะหน่อย...
 
 
 
ถ่ายภาพบริเวณสี่แยก (1) มาให้ดูหน่อย ถ้าตรงไปหรือเลี้ยวขวาก็จะไปเจอถนนโชตนา (107) อีกครั้ง สามารถไปยังวัดเจดีย์สถาน (2) ได้ด้วยระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรครึ่ง....
 

ถึงแล้วครับ วัดเจดีย์สถาน ตำบลริมเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่...

จากถนนใหญ่ (1) เลี้ยวเข้าซอย (2) มาถึงวัดเจดีย์สถาน (3)

สิงห์ทองหยิ่งจัง นั่งเฉยไม่ยอมหันมามองตาแก่ผู้มาเยือน...

วัดเจดีย์สถานสังกัดมหานิกาย ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๙ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๔๖๙ เรียกอีกชื่อว่า "วัดเหมืองผ่า" ผมเดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ เริ่มจากหอไ่ตรงดงามยิ่ง...

 
 

ลานกว้างปูตัวหนอนลวดลายงามตา...

ศาลาประดิษฐานพระประจำวันเกิด...

หอระฆัง - หอกลอง... ลวดลายไม้แกะสลัก


  
บ่ายสองโมงครึ่งแล้ว แสงเงาได้ประมาณเนี้ย...


เดี๋ยวไปดูวิหารและพระเจดีย์ด้วยกันนะครับ!

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

วิหารวัดปิยาราม จ.เชียงใหม่

ขี่จักรยานจากประตูทางเข้าวัดปิยาราม (G) ริมถนนโชตนา (107) เข้ามาจอดพิงเสาศาลาข้างวิหาร (1)

เก็บภาพวิหาร (1) มาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้ 

 



ด้านหลังดูเรียบง่าย...



ใช้เวลาที่วัดปิยารามไม่มาก ตาแก่เมืองรถม้าปั่นจักรยานขึ้นเหนือต่อไป...

วัดปิยาราม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

วัดปิยาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๔ บ้านป่าแงะ ถนนโชตนา หมู่ที่ ๔ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่...
 
 
 
จากวัดบ้านท่อ (W1) ผมปั่นจักรยานระยะทาง ๔ กิโลเมตร ถึงวัดปิยาราม (W2) 

 
จอดจักรยานตั้งไว้ก่อน แล้วค่อยเดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ

 

วัดปิยาราม สังกัดมหานิกาย เดิมชื่อวัดสลีดอนชัย เจ้าเมืองเชียงใหม่เป็นผู้ริเริ่มสร้างเพื่ออุทิศให้โอรส ขณะนั้นมีพระพุทธรูปในโพรงของต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดพระเจ้านั่งโกร๋น (นั่งโพรงไม้) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๓ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร
 

ด้านหน้าวิหาร (1) ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ...

 
 
พระสังกัจจายนะ* (2)  องค์ใหญ่อยู่ข้างวิหาร (1)  หันหน้าสู่ทิศตะวันออก บันไดทางขึ้นลงเป็นศิลปะจีนลายมังกร
 

 
 
 
ขี่จักรยานเข้ามาถึงวิหาร (1) ผมมองเห็นอาคารสองชั้นทาด้วยสีเอิธ์ทโทน ตรงกลางมีป้ายบอกว่าชื่อ "กุฏิมาลานุสรณ์"  
 

เก็บภาพแล้วไปดูวิหารด้วยกันนะครับ!
-------------------------------------------------------------------------------------------
*  พระอรหันต์องค์หนึ่งในพระอสีติมหาสาวกของพระโคตมพุทธเจ้า ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางผู้อธิบายความย่อให้พิสดาร  (วิกิพีเดีย)

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ภาพขวางตาที่วัดเมืองลัง

  

วัดเมืองลังตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ใครได้ผ่านไปก็ต้องแวะเข้าชมพระเจดีย์ (3) ที่มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมพม่าและมอญ รวมทั้งโบสถ์ (4) วิหาร (2) และหอไตร...

 
วิหารหลังใหญ่ (2) ตั้งอยู่ตรงกลาง หันหน้าไปทางแม่น้ำปิง หลังคาลดชั้น ๓ ระดับ บันไดนาค ๗ ขั้นนำทางขึ้นมุขด้านหน้า...
 
 
 
 
ช่อฟ้าใบระกา แลหน้าบันประดับปูนปั้นนารายณ์ทรงครุฑ...  
 


ด้านหน้ามี ๓ ช่องประตูภายใต้ซุ้มงดงาม บานประตูลงรักปิดทองลวดลายเทพพนม...

 
เดินดูรอบ ๆ ด้วยกันนะครับ...
 
 
 
 
 
แต่พอมาเห็นด้านหลัง ก็ได้พบกับภาพขวางตา!!
 
  
 
อาคารทรงสี่เหลี่ยมสีขาวถูกสร้างเสริมต่อออกมาจากผนังด้านหลังวิหาร! เหลือให้เห็นบันไดและประตูเข้าวิหารด้านหลัง ดูรกรุงรัง (messy) ด้วยผ้าม๊อบ ด้ามไม้กวาด และข้าวของบนราวระเบียง...
 
 
อาคารที่เห็นจำเป็นหรือเปล่า?  มันสร้างไว้บดบังความงามของสถาปัตยกรรมสร้างวัดและวิหารอย่างที่เห็น บดบังความงามระหว่างวิหารกับพระเจดีย์ที่มีสิงห์ประดับ ๔ มุม... 

 
พระเจดีย์ (3) งดงามยิ่ง เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 
 
 


 

 
ยังมีอุโบสถ (4) แอบซ่อนอยู่ตรงมุมด้านหลัง...

 
 
 
 
 
 

 
น่าเสียดายที่ด้านข้างถูกบดบังด้วยอาคารกุฏิสงฆ์ ๒ ชั้น....
 

นับเป็นภาพขวางตาตาแก่ฯ อีกภาพนึง ซึ่งถ้าเป็นผมจะออกแบบให้เป็นแค่อาคารชั้นเดียว หรือไม่ก็อย่าให้มีซะเลย อิอิ