วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568

อุโบสถวัดพระนอนหนองผึ้ง จ.เชียงใหม่


วัดพระนอนหนองผึ้ง มีอุโบสถหลังเก่าเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ในแผนผังเขียนว่า "อุโบสถเดิม"  (3)

ปัจจุบันนี้ได้สร้างอุโบสถขึ้นใหม่อีกหนึ่งหลัง (1) ผมปั่นจักรยานเข้ามาก็เจอเลย...

ผมแอบแง้มประตูเข้าไปเก็บภาพภายนอกโบสถ์มาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...




 
 บันไดมกรคายนาคนำทางขึ้นสู่มุขด้านหน้า...

 
 
 
ช่อฟ้าใบระกาแลหางหงส์ลวดลายวิจิตร...
 
 
 
 
ยอดฉัตรบนสุพรรณหงส์บนหลังคาส่งประกายสวยงาม... 



กำแพงแก้วล้อมรอบ...มีรูปปั้นสัตว์ประจำปีนักษัตรเรียงรายอยู่ด้านนอก

 
ซุ้มหน้าต่างงดงามตามรูปแบบ...


ลืมจริง ๆ ตาแก่ผู้มาเยือนมิได้มองหาใบเสมา...

พระเจดีย์วัดพระนอนหนองผึ้ง จ.เชียงใหม่


พระเจดีย์วัดพระนอนหนองผึ้ง (4) ตั้งอยู่ระหว่างวิหารพระนอน (5) และอุโบสถหลังเก่า (3)

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...

ลักษณะเป็นเจดีย์ขนาดเล็กทรงระฆังที่ได้รับการซ่อมปฏิสังขรณ์เมื่อไม่นานมานี้ ส่วนฐานเป็นแบบเขียงตอนล่าง เหนือขึ้นมาเป็นชั้นปัทม์ย่อเก็จรองรับส่วนมาลัยเถาแบบย่อเก็จแปลง องค์ระฆังขนาดเล็กค่อนข้างใหญ่ ไม่มีส่วนบัลลังก์ ปล้องไฉนทรงกรวยคว่ำแต่ละปล้องต้องมีขนาดใหญ่ ต่อเหนือขึ้นไปด้วยชั้นบัวกลุ่มแบบพม่า และส่วนปลียอดประดับฉัตรโลหะ

ตาแก่เมืองรถม้าเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...







ภาพยอดฉัตรงดงามยิ่ง ในยามที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆา...

วัดพระนอนหนองผึ้ง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

วัดพระนอนหนองผึ้ง เป็นหนึ่งใน 4 วัดในเมืองเชียงใหม่ที่มีพระพุทธไสยาสน์ พระนอนที่วัดนี้ยาว 19 เมตร 38 ศอก ประดิษฐานอยู่ในวิหารพระนอน...งดงามยิ่งนัก
  
 
จากถนนเชียงใหม่-ลำพูน (สายต้นยาง) เห็นซุ้มประตูตั้งเด่นเห็นชัด ผมเลี้ยวเข้าไปตามถนนราดยาง...
 
 
 
ไม่ไกลนักก็ถึงประตูทางเข้าวัดพระนอนหนองผึ้งซึ่งมีรูปปั้นผึ้งขนาดยักษ์ตั้งอยู่สองข้างด้านหน้าสิงห์...
 




นำจักรยานเข้ามาจอดไว้ใกล้กับป้ายชี้ทาง...


 
ชอบใจมีแผนผังบอกตำแหน่งเสนาสนะไว้ชัดเจน ทำให้เข้าใจได้ถูกต้องว่าตรงไหนเป็นอะไร...ไม่สับสน!
 


พร้อมป้ายประวัติวัด อ่านหน่อย ๆ

ที่ตั้งของวัดพระนอนหนองผึ้งในปัจจุบันตั้งอยู่ กม.ที่ 6 หมู่ที่ 4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน 94 ตร.ว ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าลัวะ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 1200 พระมหาเถระเจ้า จำนวน 5 รูป ซึ่งติดตามพระนางเจ้าจามเทวี มาครองนครหริภุญชัย ตามคำเชิญของ พระสุเทวฤาษี ได้จารึกและเทศนาถึงหมู่บ้านแห่งนี้

พวกลัวะ เกิดความเลื่อมใสศรัทธาปสาทะ จึงนำเอารังผึ้งจากต้นมะขามริมสระน้ำใกล้หมู่บ้านมาถวายพร้อมสร้างพระอารามให้อยู่จำพรรษา และนำพระบรมสารีริกธาตุใส่กระบอกไม้รวก บรรจุผอบทองคำบรรจุในหลุมลึก 22 ศอก ขนานนามว่า “วัดหนองผึ้ง” วัดนี้ได้ดำรงต่อมาหลายชั่วอายุคน และได้ร้างไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนลุปี 1836 มีมหาเถระเจ้า พร้อมเศรษฐี และบริวารจากเมืองเชียงแสนได้บูรณะเจดีย์ขึ้นใหม่ และสร้างพระพุทธปางไสยาสน์ (พระนอน) ยาว 19 เมตร 38 ศอก แล้วสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย (พระเจ้าทันใจ) 1 องค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ

ต่อมาลุปี พ.ศ. 1838 พระเจ้าเม็งรายตีนครหริภุญชัยได้ และสร้างเมืองใหม่ทิศเหนือ นครหริภุญชัย เรียกว่า “นครกุมกาม”  ได้รวมเอาวัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของนครกุมกามด้วย พระเจ้าเม็งรายได้ทรงอุปถัมภ์และถือเป็นวัดสำคัญในนครกุมกาม...
 
วัดนี้มีพิพิธภัณฑ์ "ชัยสีลพุทธภิรักษ์" (8) อยู่ด้วย...

 
พิพิธภัณฑ์ชัยศีลพุทธภิรักษ์ วัดพระนอนหนองผึ้ง หรือชื่อเดิมพิพิธภัณฑ์ชัยศีลวิมล (เวียงกุมกามนุรักษ์) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยพระครูชัยศีลวิมล เจ้าคณะอำเภอสารภีปัจจุบัน ให้ศรัทธาคือ นางกว้าง เกิดศรี เป็นผู้ถือกุญแจ โดยเจ้าอาวาสองค์ต่อมาคือ พระอธิการฉลองชัย อาภัสสโร ยังไม่ได้สานต่อในส่วนพิพิธภัณฑ์ อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารเอกเทศชั้นเดียวตั้งใจสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เนื้อที่จัดแสดงประมาณ 120 ตารางเมตร ภายในเป็นตู้เก่าโบราณจัดแสดงวัตถุประมาณ 5 ตู้ จัดแสดงเศษชิ้นส่วนพระพิมพ์ดินเผาที่ได้จากเวียงกุมกาม ภายนอกอาคารเป็นศาลาโถง จัดวางของชิ้นใหญ่ๆ เช่น รูปจำลองเจดีย์ทำด้วยหินทราย เศียรพระพุทธรูป ฐานพระพุทธรูปชิ้นส่วนองค์พระพุทธรูป หินทราย ส่วนหน้าตักมาตรหิน ครกหิน ไหหิน จำพวกไม้แกะสลัก สัตตภัณฑ์รูปพญานาค ไม้แกะสลักประดับประดากระจกจีน นอกจากนั้นยังมีเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ขันโตกไม้ แผ่นทองจังโก เป็นต้น อย่างไรก็ดีต่อมาในปี พ.ศ. 2557 กรมศิลปากรได้เข้ามาช่วยปรับปรุงพิพิธภัณฑ์และการจัดแสดงใหม่ ภายใต้โครงการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปลี่ยนชื่อพิพิธภัณฑ์เป็นพิพิธภัณฑ์ชัยศีลพุทธภิรักษ์


อ่านป้ายประวัติการก่อตั้งแล้ว เห็นว่ามีวัตถุโบราณน่าสนใจจัดแสดงไว้...


เสียดายที่ประตูปิดอยู่ ตาแก่เมืองรถม้าไม่ได้เห็นข้างใน...แต่ก็ยังโชคดีที่ได้เจอท่านเจ้าอาวาส และได้สนทนากับพระอาจารย์...


หอระฆังตั้งอยู่หน้าเขตสังฆาวาส รักษาการณ์โดยสิงห์บนเสารั้ว...




 
ศาลาปฏิบัติธรรม (7)... 



 
ลืมบอกไปว่าในวัดมีโรงเรียนอยู่ด้วย สอนถึงชั้น ป.6 




วัดพระนอนหนองผึ้งจัดเป็นปูชนียสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ครับ! 

วัดกู่ขาว (ธาตุกุด) เวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่

วัดกู่ขาวตั้งอยู่ริมถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นราวปลายพุทธศวรรษที่ 21 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 22 ปัจจุบันเป็นวัดร้าง

กล่าวว่าสภาพรอบ ๆ วัดก่อนการขุดแต่งพบเจดีย์มีความสูงประมาณ 5 เมตร และรอบ ๆ องค์เจดีย์เป็นเนินดิน หลังจากขุดลอกดินที่ทับถมอยู่ได้พบส่วนท้ายของวิหาร (ฐานชุกชี) แท่นบูชา กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และเจดีย์

 

ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2529 รายงานการขุดแต่งศึกษาและบูรณะโบราณสถาน หน่วยศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ กองโบราณคดี พ.ศ. 2531-2532 กล่าวว่า....

เจดีย์ประธานวัดกู่ขาว เป็นเจดีย์แบบล้านนา ส่วนฐานตอนล่างนั้นเป็นฐานเขียงในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส สูงประมาณ ๓ เมตร เหนือขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานยกเก็จ 2 ตอน ซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น รองรับฐานปัทม์ยกเก็จ 2 ตอน ท้องไม้ลูกแก้วอกไก่เรียงซ้อนกัน 2 ชุด คั่นหน้าด้วยหน้ากระดานที่ประดับลวดลายประจำยามปูนปั้นที่มุมยกเก็จทุกมุมโดยรอบ ลักษณะเป็นลายกรอบวงโค้งสี่เหลี่ยมตกแต่งรูปวงกลมล้อมรอบด้วยลายนกและหงส์ มีรายละเอียดใกล้เคียงกับงานจิตรกรรมลายคำ บนผนังท้ายวิหารน้ำแต้ม วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นลวดลายที่นิยมในราวพุทธศตวรรษที่ 23
ส่วนตรงกลางของเจดีย์ เป็นมาลัยเถารูปแปดเหลี่ยม คงเหลือเพียงชั้นเดียว สันนิษฐานว่ามาลัยเถาจะซ้อนขึ้นไปรวมอย่างน้อย 3 ชั้น เพื่อรองรับองค์ระฆังทรงแปดเหลี่ยม เช่นเดียวกับวัดพระธาตุดอยสุเทพ เจดีย์วัดดวงดี เจดีย์วัดชมพู และเจดีย์วัดหมื่นคำตวง รูปแบบของเจดีย์ดังกล่าวเป็นเจดีย์ล้านนาที่มีระเบียบทางสถาปัตยกรรมค่อนข้างลงตัวมากที่สุด และน่าจะมีอายุสมัยการก่อสร้างอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 21 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 22

ตาแก่เมืองรถม้าเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...




 
 
 



เป็นโบราณสถานหนึ่งของเวียงกุมกามครับ!