วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อุโบสถวัดหมื่นตูม จ.เชียงใหม่

วัดหมื่นตูมมีอายุกว่า ๕๐๐ ปี ตั้งอยู่ในตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่...

วัดเล็ก ๆ กลางใจเมืองเชียงใหม่มีพื้นที่ไม่มาก...

วิหาร (1) หลังคาลดชั้น ๓ ระดับ ข้าง ๆ มีอุโบสถ (2) ตั้งอยู่...

 

เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ ได้เพียงน้อยนิดดังนี้....

 นี่แหละ....ความงดงามของสถาปัตยกรรมล้านนา





แท่นเสมางามล้ำ....



ตาแก่เมืองรถม้าไม่เคยลืมหน้าที่...เสียดายพระเจดีย์ (3) ก.กล้องไม่มีแบตฯ

วิหารวัดหมื่นตูม เชียงใหม่

วัดในตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีคำนำหน้าว่า “หมื่น” มีอยู่ ๔ วัด คือวัดหมื่นตูม วัดหมื่นล้าน วัดหมื่นเงินกอง และวัดหมื่นสาร

วัดหมื่นเงินกองนั้น ผมเคยเขียนถึงแล้ว เคยปั่นจักรยานไปเมื่อหลายปีก่อน...

อีกวัดหนึ่งคือ วัดหมื่นตูม วันนี้ผมขอเขียนถึงหน่อยนะ...

 
วัดหมื่นตูม (W)  ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๖ ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

 

สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๐๒๑  กล่าวว่าในสมัยพระเจ้าเมืองแก้วคำว่า "หมื่นตูม" มาจากขุนนางท่านหนึ่งชื่อว่า "ตูม" มียศบรรดาศักดิ์เป็น "หมื่น" ท่านมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้นำญาติ บริวาร ศรัทธาประชาชน ร่วมกันช่วยสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อถวายเป็นพระพุทธบูชา โดยเรียกชื่อว่า "วัดหมื่นตูม"

วิหาร (1) และอุโบสถ (2) ตั้งอยู่ติดกันดังภาพ...

 
 
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางใจเมืองเชียงหใหม่ที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี...
 
 
พระวิหารสถาปัตยกรรมล้านนา เป็นวิหารทรงเตี้ย หลังคาซ้อนชั้น โครงสร้างหลักเป็นไม้ ผนังฉาบด้วยปูน ด้านหน้าพระวิหารตกแต่งลวดลายสีทองอ่อนช้อยสวยงาม หน้าบันแบบม้าต่างไหมแสดงถึงเอกลักษณ์เก่าแก่ของสถาปัตยกรรมล้านนา...
 
 
การเดินทางมาครั้งนี้มีกล้องถ่ายภาพที่มีแบตเตอรี่และเม็มโมรีน้อย ผมไม่สามารถเก็บภาพได้เต็มที่อย่างที่เคยทำ แต่ก็พอมีภาพมาฝากเพื่อน ๆ บ้างดังนี้...
 
 
 
 
 

ประตูหน้าต่างปิดหมด ผมทราบมาว่าวัดหมื่นตูมเป็นวัดหนึ่งเดียวในล้านนาที่ในวิหารมีพระประธาน ๒ องค์ คือพระพุทธโชคดี และ พระพุทธมั่งมีศรีสุข เสียดายที่ไม่มีบุญตาได้เห็น หวังว่าสักวันหนึ่งคงได้กลับมาเยือนอีกครั้ง...

 
หอระฆังสวยแบบเรียบง่าย...
 
 
 
 
 
ห้องน้ำบ่งบอกว่าเป็นของพระสงฆ์ ตาแก่เมืองรถม้าคงมิบังอาจใช้ อิอิ

เพื่อน ๆ ไม่ต้องตามผมไปหาห้องน้ำ...ไปดูอุโบสถกันดีฝ่า

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

คนอีสานในสายตาของผม

ผมคงจะตกเทรน...หากไม่เขียนเรื่องคนอีสาน!

  
 
ผมรักคนอีสาน รักคนลาว เคยเดินทางท่องเที่ยวไป สปป. ลาว ผ่านจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์  ไม่เคยมีสักครั้งที่ผิดหวัง ไม่เคยถูกปองร้ายหรือมองด้วยสายตาหยามเหยียด  ตรงกันข้ามกับในกรุงเทพมหานคร ผมแบกเป้ไปหยุดนั่งพักหน้าอาคารหรูแถวถนนสีลมเพื่อหยิบกินอาหารเช้าก็โดนหนุ่มผูกไทด์รูปหล่อออกมาไล่...ผมไม่เคยลืม ความเจ็บปวดจากผู้คนในเมืองศิวิไลซ์ แม้ที่ตลาดพลูบ้านเกิดเมืองนอนของผมเอง แค่จะเดินไปถ่ายรูปวัดราชคฤห์ ก็โดนชาวบ้านขับไล่ไม่ให้ผ่าน...ชาวกรุงมองมาด้วยสายตาชิงชัง
 
 
 
ไปลาวใต้ ต้องผ่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี
 
 
 
ที่อุบลฯ คนเดินทางอย่างผมปั่นจักรยานไปเที่ยววัดกุดคูณในซอยพโลชัย 7 ได้เวลาใกล้พระฉันเพลพอดี เป็นวัดแรกที่พระบอกว่าอย่าเพิ่งไป...ให้กินข้าวก่อน
 
 
 
อีกไม่กี่วันปั่นจักรยานผ่านด่านช่องเม็ก ไปถึงวัดขันธรารามบ้านวังเต่า 
 
 
 
 ถึงเวลาฉันเพลเช่นกัน พระก็เรียกให้ตาแก่เมืองรถม้ากิ๋นเข่านำ...

ผมไปสุรินทร์ เหมือนไปเมืองเทวดา มองหาสายตารังเกียจไม่เคยเจอ...

 

ได้พบพ่อเฒ่าควานช้างผู้เมตตา...

 

ยิ่งได้ไปเมืองจำปาสัก ความประทับใจล้นจนมิอาจบรรยาย ใคร ๆ ก็เรียกผมว่า "พ่อไหย่"...

 กินข้าวก้นบาตร ที่วัดบนดอนแดงก็เคยมาแล้ว...

 

กรุณาดูสายตาของคุณแม่ชาวดอนแดงและลูกสาวเมื่อได้เห็นผมกับอาจารย์หมูกินอาหารที่จัดให้จนหมด...บอกว่าถ้ายังไม่อิ่มไปกินที่บ้านต่อก็ได้...


 

ขอร้องเถอะ อย่าด้อยค่าคนอีสานหรือคนลาวเลยครับ !

ประวัติวัดนางแล ลำปาง

 
ผมมักจะดีใจ หากไปวัดใดแล้วเห็นป้ายแผนผังหรือประวัติของวัด ที่วัดนางแลก็มีป้ายประวัติบอกไว้เช่นกัน...
 
 
ถ่ายรูปมาแล้ว ปกติถ้าโพสต์แล้วอ่านจากรูปภาพลำบาก ผมจะพิมพ์เองแล้วลงไว้ให้อ่าน แต่ป้ายนี้อ่านยากยิ่ง นอกจากตัวหนังสือเล็กแล้วบางจุดยังเป็นสัญลักษณ์ที่มิเข้าใจ ผมจำต้องขออนุญาตแคปหน้าจอนำข้อความจากเว็บระบบฐานข้อมูลวัดมาลงไว้ เผื่อว่าเพื่อน ๆ จะอยากศึกษาข้อมูล (แต่ถ้าอ่านแล้วทำให้ตาลายก็โยกย้ายข้ามไปนะ) 
 

 
วัดนี้มีศาลาการเปรียญกุฏิไม้ลักษณะทรงคุ้มเรือนพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ...
 
 
 
 
 
 
ผมเห็นมีกลองแขวนอยู่ข้างหน้า



ศาลารับรองวิสิฐบุญสามัคคีใช้เวลาสร้าง ๑ ปี  ถวายเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙...
 

ส่วนด้านนี้ก็มี "วิหารเจ้าแม่จามเทวี"...
 


ศาลาธรรมบำเพ็ญบุญก็ยิ่งใหญ่พร้อมบันไดนาค หากไม่เห็นตัวหนังสือที่หน้าบัน ผมคงสำคัญผิดคิดเป็นอื่น!..


 
ที่เห็นนั่นคือ "ศาลาโรงฉันภัตราหาร" พูดแบบง่าย ๆ คือ "โรงอาหาร"

ใกล้ ๆ กันผมเห็นภาพเตะตา...


ห้องน้ำผนังและรั้วกั้นทาสีเขียว

แดดดี ๆ เช่นนี้...กับสีสันแลแสงเงา คนเฒ่าอย่างผมพูดได้คำเดียวว่า "enjoy"

 

It's enjoyable... หากเพื่อน ๆ เห็นด้วยก็ตามผมไปเรื่อย ๆ นะครับ!