วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

เพื่อน ๆ เคยไปวัดพระพุทธบาทพระธาตุอินทร์แขวน ตำบลป่าสัก จังหวัดลำพูนแล้วใช่ไหมครับ?


ช่วงปลายปี ๒๕๕๗ ผมก็ได้ไปมาแล้ว ยังหิ้วทรายจากข้างล่างขึ้นไป ๒ ถุง... ตอนนั้นยังพอมีแรงอยู่ หากเป็นเช่นวันนี้คงจะไม่ไหว!


ภาพที่เห็นคือก้อนหินเจดีย์อินทร์แขวนที่ลำพูน...


วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๑ ผมได้มีโอกาสไปเห็นพระธาตุอินทร์แขวนของจังหวัดแพร่มาแล้วเช่นกัน!



ไม่ต้องขึ้นสูงเหมือนกับที่ลำพูนครับ....


นั่นไงพระธาตุอินทร์แขวนเมืองแพร่...






ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ได้เขียนไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒๖ พฤษภาคม - ๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ ว่า...
ในอาณาบริเวณของพระธาตุอินทร์แขวน ยังมีการก่อพระเจดีย์ลงบนยอดของหินใหญ่อยู่อีกหลายจุด เพียงแต่หินใหญ่เหล่านั้นไม่ได้ตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่อย่างองค์พระธาตุอินทร์แขวนเอง และในปัจจุบันนี้ ไกด์ชาวพม่าต่างพากันเรียกหินใหญ่ ที่มีเจดีย์ก่อทับอยู่บนยอดเหล่านี้ว่าเป็น “พระธาตุอินทร์แขวนปลอม”
ถ้างั้น...ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุอินทร์แขวนในลำพูน แพร่ ภูเก็ต หรือที่ไหนก็ตามที่จะสร้างเพิ่มขึ้นอีก ก็น่าจะเป็น “พระธาตุอินทร์แขวนปลอม” ด้วยกันทั้งสิ้น

พระธาตุอินทร์แขวนเกาะภูเก็ต - ภาพจากตะลอนทัวร์เกาะภูเก็ต (ขอขอบคุณ)

กล่าวกันว่าเจดีย์อินทร์แขวนตัวจริงในพม่านั้น มาจากหินตั้ง (standing stone) ที่มีร่องรอยของการนับถือหินก้อนใหญ่ หรือจัดการกับหินให้เกิดรูปทรง ของชาวกะเหรี่ยง ตามศัพท์วิชาการที่เรียกว่า “megalithic culture” ต่อมาได้มีการเข้ามาของวัฒนธรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา มีการสร้างเจดีย์ไว้บนหินดังกล่าว กลายเป็น “เจดีย์” ที่พระอินทร์เอาหินมาแขวนไว้เป็นฐาน...

ที่มา - ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : “อินทร์แขวน” ศาสนสถานผีที่ถูกทำให้เป็นพุทธ

พระเจดีย์อินทร์แขวนตัวจริงที่พม่า - ที่มา hippoontour.com (ขอขอบคุณ)
ในเมืองไทยขอเรียกว่าเป็น "พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง" จะดีกว่า!

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระธาตุช่อแฮ - ความงดงาม


ตั้งกล้องแบบ manual... ผมมักจะปรับรูรับแสงให้ได้ภาพที่อันเดอร์เข้าไว้ ด้วยความชื่นชอบในสีสันหนักแน่นและดูลึกลับ ด้วยเหตุนี้เองภาพที่ถ่ายบนวัดพระธาตุช่อแฮจึงออกมาค่อนข้างมืด!


ครั้งนี้เสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้เข้าไปเห็นภายในวิหารหลวงเพราะกำลังมีพิธีสงฆ์อยู่พอดี...


อยากรู้ว่าทำไมถึงชื่อ "ช่อแฮ" ผมค้นหาคำตอบในอินเทอร์เน็ต ได้ความว่า...
คำว่า "แฮ" เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า "แพร" แปลว่า "ผ้าแพร" พระธาตุช่อแฮ ซึ่งพบว่าเขียนเป็นอักษรธรรมว่า "ช่อแฮ"และ "ช่อแร" ซึ่งอ่านว่า "ช่อแฮ" ทั้งสองอย่าง มีความหมายว่า "ธงสามเหลี่ยมทำด้วยแพร" 
องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ศิลปะเชียงแสนแบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุสูง ๓๓ เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๑๑ เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม ๑ ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม ๓ ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำและชุดท้องไม้แปดเหลี่ยม ซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป ๗ ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง ๑ ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้น จนถึงองค์ระฆังแปดเหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉน ส่วนยอดฉัตรประดับตกแต่งด้วยเครื่องบนแบบล้านนา มีรั้วเหล็กรอบองค์พระธาตุ ๔ ทิศ มีประตูเข้าออก ๔ ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม
(ที่มา - วิกิพีเดีย และ phrae.go.th)









ตาแก่เมืองรถม้าเดินไปตามระเบียงคด*... เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ 












พยายามค้นหาภาพเก่าของวัดพระธาตุช่อแฮที่เคยถ่ายเก็บไว้แต่ไม่เจอ ถ้าพบเมื่อไหร่ผมจะนำมาให้เพื่อน ๆ ดูนะครับ!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
* ระเบียงทางเดินที่มีหลังคาคลุมสร้างล้อมรอบสิ่งก่อสร้างประธาน มักมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

วัดพระธาตุช่อแฮ (2) ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ ถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวเมือง (1) ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร


เป็นวัดสำคัญของจังหวัด (เห็นบอกว่าใครมาแพร่แล้วไม่ได้ไปวัดพระธาตุช่อแฮก็เหมือนกับว่ายังไม่มาถึงเมืองแพร่) เส้นทางทางไปยังวัดนั้นดีมาก มีป้ายบอกไว้เป็นระยะไม่ทำให้หลงง่าย ตัววัดตั้งอยู่เนินเขาเห็นได้ชัดเจนเมื่อไปถึง เลี้ยวซ้ายไปตามโค้งถนน...จะเห็นป้ายบอกทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ เลี้ยวขึ้นมาจอดที่ลานจอดรถ (P) ได้เลยครับ....   


เห็นอาคารสองชั้น (6) ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ...


ตรงกลางมีบันได (1) ขึ้นไปสู่ประตูโขง ข้อมูลการท่องเที่ยวกล่าวว่าภายในวัดพระธาตุช่อแฮมีบันไดนาคโบราณอยู่ ๔ ด้านและบันไดสิงห์อีก ๑ ด้าน รวม ๕ บันได จุดนี้คือทางขึ้นที่ใช้กันอยู่...


มีอาคารสูง (2) อยู่ด้านขวา ติดกับบันได ไม่ได้ถามใคร...ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นหอไตร  (?)


บันไดนาค (1) ไม่สูงนัก เดินขึ้นสบาย ๆ 


ซูมเก็บภาพเหนือซุ้มประตูโขงไว้...



ผ่านประตูโขงเข้าไป ก็เห็นวิหารหลวงงดงามยิ่ง ผมเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ















ในอดีตเคยมาที่นี่แล้ว ๒-๓ ครั้ง ตอนนั้นตัววัดยังมีสภาพเดิม ๆ ไม่ได้สร้างใหม่ด้วยลวดลายวิจิตรเช่นนี้ ผมได้มาเห็นอีกครั้งในวันนี้ เกิดความรู้สึกคล้าย ๆ กับเมื่อได้เห็นเมืองมะละกาเมื่อผ่านมา ๓๐ ปี ยังไงยังงั้นเลย!