วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่

วัดพระธาตุช่อแฮ (2) ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ ถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวเมือง (1) ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร


เป็นวัดสำคัญของจังหวัด (เห็นบอกว่าใครมาแพร่แล้วไม่ได้ไปวัดพระธาตุช่อแฮก็เหมือนกับว่ายังไม่มาถึงเมืองแพร่) เส้นทางทางไปยังวัดนั้นดีมาก มีป้ายบอกไว้เป็นระยะไม่ทำให้หลงง่าย ตัววัดตั้งอยู่เนินเขาเห็นได้ชัดเจนเมื่อไปถึง เลี้ยวซ้ายไปตามโค้งถนน...จะเห็นป้ายบอกทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ เลี้ยวขึ้นมาจอดที่ลานจอดรถ (P) ได้เลยครับ....   


เห็นอาคารสองชั้น (6) ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ...


ตรงกลางมีบันได (1) ขึ้นไปสู่ประตูโขง ข้อมูลการท่องเที่ยวกล่าวว่าภายในวัดพระธาตุช่อแฮมีบันไดนาคโบราณอยู่ ๔ ด้านและบันไดสิงห์อีก ๑ ด้าน รวม ๕ บันได จุดนี้คือทางขึ้นที่ใช้กันอยู่...


มีอาคารสูง (2) อยู่ด้านขวา ติดกับบันได ไม่ได้ถามใคร...ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นหอไตร  (?)


บันไดนาค (1) ไม่สูงนัก เดินขึ้นสบาย ๆ 


ซูมเก็บภาพเหนือซุ้มประตูโขงไว้...



ผ่านประตูโขงเข้าไป ก็เห็นวิหารหลวงงดงามยิ่ง ผมเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ















ในอดีตเคยมาที่นี่แล้ว ๒-๓ ครั้ง ตอนนั้นตัววัดยังมีสภาพเดิม ๆ ไม่ได้สร้างใหม่ด้วยลวดลายวิจิตรเช่นนี้ ผมได้มาเห็นอีกครั้งในวันนี้ เกิดความรู้สึกคล้าย ๆ กับเมื่อได้เห็นเมืองมะละกาเมื่อผ่านมา ๓๐ ปี ยังไงยังงั้นเลย! 

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เดินทางเข้ามาเลเซีย

เคยเดินทางเข้ามาเลเซียมาแล้วทั้ง ๔ ช่องทางคือ ๑. ด่านปาดังเบซาร์  ๒. ด่านสะเดา ๓. ด่านเบตง และ ๔. ด่านสุไหงโก-ลก อยากบอกได้เลยว่าผมไม่เคยประสบปัญหาในเรื่องกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง (immigration process) แม้แต่ครั้งเดียว!



วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ จากด่านสะเดา ผมเดินทางเข้ามาเลเซียด้วยจักรยานเก่าราคา ๑,๕๐๐ บาท มีถุงทะเลบรรจุและและพกเต๊นท์ไปด้วย เจ้าหน้าที่ ตม. ของมาเลเซียเพียงแค่ขอตรวจดูข้างในถุงทะเลแล้วประทับตราเข้าเมืองให้เลย  เป็นประเทศพัฒนาแล้ว...มาเลเซียไม่เคยเรียกเก็บเงินค่าอะไรทั้งสิ้น 


ผมผ่านด่านปาดังเบซาร์ครั้งเดียว ตอนเดินทางกลับเมืองไทยด้วยรถไฟสายบัตเตอร์เวิร์ธ-กรุงเทพ ที่ผ่านเข้าออกมากกว่าเพื่อนเห็นท่าจะเป็น "ด่านสุไหงโก-ลก" นั่นเอง ครั้งล่าสุดผมปั่นจักรยานผ่านเมื่อเดือนเมษายน ง่ายสุด ๆ ทั้งด่านไทย (T) ด่านมาเลเซีย (M) โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ยกเลิกการกรอกใบ ตม.6  ที่ด่าน Rantau Panjang (M) ก็ไม่มีการตรวจค้นอะไรทั้งสิ้น...




ที่ต้องเดินไกลหน่อยคือการออกทางด่านเบตง แต่ถ้ามีจักรยานไปด้วยก็ง่ายครับ...



สรุปได้ว่าการเดินทางเข้ามาเลเซียนั้นง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ไม่ถูกเรียกเก็บเงินเหมือนเข้าลาวและกัมพูชา!

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วืหารหลวง วัดเมธังกราวาส


วัดเมธังกราวาส (M) อยู่ห่างจากวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร (P) ประมาณ ๔๐๐ เมตร... 


ผมเดินเข้าทางซุ้มประตูด้านถนนน้ำคือ ตรงมาที่ประตูวิหารซึ่งเปิดอยู่...


เก็บภาพภายในวิหารหลวงมาฝากเพื่อน ๆ ก่อนเล้ย... 










งดงามด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ...
  




แสงเงาเช่นนี้ทำให้ภาพข้างนอกดูถูกจับใส่กรอบเกิดคอนทราสที่น่าดู...



นาฬิกาบอกเวลา ๑๒. ๕๐ น.  จริง ๆ แล้วไม่ต้องดูก็รู้ได้ เมื่อท้องของตาแก่เมืองรถม้าเริ่มร้อง!

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่

๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๐... เวลาประมาณ ๕ โมงเย็น ผมเดินไปถึงวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร


๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๕ โมงเย็น ผมเดินไปถึงวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร...


ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ วัดนี้หาได้ง่าย รับรองว่าเพื่อน ๆ ไม่มีหลง


เนื่องจากมีข้อมูลและรูปภาพของวัดนี้มากมายอยู่แล้วตามเว็บต่าง ๆ ผมจึงขอแค่เพียงนำภาพที่บันทึกไว้ในวันนั้นมาแบ่งปัน...



กล่าวว่าวัดพระบาทมิ่งเมืองมาจากการรวมวัด ๒ วัดคือ วัดพระบาทและวัดมิ่งเมืองซึ่งตั้งอยู่ห่างกันเพียงมีถนนกั้นเข้าด้วยกัน แล้วให้ชื่อว่า "วัดพระบาทมิ่งเมือง"  มีป้ายบรรยายไว้ด้วย วันนี้ขอไม่พิมพ์ให้...เพื่อน ๆ อ่านดูเองนะ 


หอคำสูง (The Golden Hall) สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 





อยากให้เพื่อน ๆ มาดูพระวิหารมิ่งเมือง


เสียดายจังประตูปิดแล้ว!



พระธาตุมิ่งเมืองตั้งอยู่หลังวิหาร...




หอระฆังแสงส่องหล้า ๒ สร้างด้วยไม้ ฉลุลายงดงามยิ่ง...






กดชัตเตอร์เก็บภาพนี้ไว้อีกบาน...


ก่อนที่จะเดินไปหา "กาดสามวัย" ตลาดที่ต้องไปชม