วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พระบรมธาตุดอนเต้า วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม


ผมรู้สึกดีใจที่ทราบว่ารูปภาพของผมมีประโยชน์ต่อสังคม  นานแล้วที่ผมอัพโหลดภาพสถานที่ที่น่าสนใจขึ้นไว้ใน google maps โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใด ๆ  ทั้งสิ้น หากรูปภาพของผมได้ช่วยเหลือผู้คนมาแล้วจริง ผมก็อยากจะขอบคุณ "คุณเมธี" ผู้มอบกล้อง Nikon D50 ให้ผมได้ใช้บันทึกภาพเหล่านั้น...


วันนี้ผมอยากพาเพื่อน ๆ ไปเยือนวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม วัดหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงของจังหวัดลำปางครับ...


ต้องอ่านป้ายก่อนนะครับ ผมพิมพ์ให้แล้วดังนี้...
ประวัติความเป็นมาวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม
วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ตั้งอยู่ที่ ๑๐๖ ถนนพระแก้ว ตำบลเวียงเหนือ เป็นวัดอายุกว่าพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๑๙๗๙ เป็นเวลานานถึง ๓๒ ปี เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่า วัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า พระมหาเถระแห่งวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่า หมากเต้า) และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แต่ต่อมาจึงได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ปูชนียสถานที่สำคัญในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่ องค์พระบรมธาตุดอนเต้า พระเจดีย์องค์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า วิหารพระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีอายุเก่าแก่พอ ๆ กับวัดนี้ นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย วิหารพระเจ้ากองทิพย์ สร้างโดยพระนางจามเทวี อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้ากองทิพย์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มณฑปหรือพญาธาตุศิลปะแบบพม่า วิหารลายคำสุชารามฝีมือช่างเชียงแสน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังโดยมีลวดลายทองประดับตามส่วนต่าง ๆ งดงาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเชียงแสน และยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนา อันเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัตถุแบบล้านนา เช่น สัตตภัณฑ์ เครื่องถ้วย กระเบื้อง พระพุทธรูป เป็นต้น
 

วิกิพีเดียกล่าวว่า...
วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ ๕๑ ไร่ ๒ งาน ๖๑ ตารางวา เป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงามมีอายุนับพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๑๙๗๙ เป็นเวลานานถึง ๕๗๕ ปี

วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวายพระเถระรูปนั้นจึงจ้างช่างให้นำมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ซึ่งต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงสาเหตุจากตำนานบอกว่า มีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปางในขณะนั้นว่า พระเถระและนางสุชาดาเป็นชู้กัน เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิต ส่วนพระเถระองค์นั้นทราบข่าวก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหนีไป โดยได้นำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ส่วนสถานที่ตั้งบ้านของนางสุชาดาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดีของนาง บริจาคเงินสร้างวัดขึ้นชื่อวัดสุชาดาราม แต่มีบางสันนิษฐานบอกว่าเนื่องจากวัดพระแก้วดอนเต้า และ วัดสุชาดาราม นั้นร้างลง แต่บางที่ก็มีการสันนิษฐานเพิ่มว่า น่าจะเป็นเพราะย่านนี้เป็นสวนหมากเต้าและเป็นที่ดอน จึงชื่อพระธาตุว่า พระบรมธาตุดอนเต้า และชื่อวัดว่า วัดพระธาตุดอนเต้า และต่อมาเมื่อมีการประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระแก้วดอนเต้า

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ กรมการศาสนาประกาศรวมวัดพระแก้วดอนเต้าและวัดสุชาดารามเข้าเป็นวัดเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า "วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม"
เข้าประตูรั้วไปจะเห็นวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พฺรหฺมรํสี อยู่ทางด้านซ้ายมือ...



เห็นศาลเจ้าแม่สุชาดาอยู่เบื้องหน้า ใกล้กับบันไดนาคหนทางขึ้น



วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามจัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียง การติดป้ายให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนจึงมีความสำคัญ...



ผมบันทึกภาพพระบรมธาตุดอนเต้า (1) มาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...











"เมตตาธรรมค้ำจุนโลก"   เดี๋ยวไปต่อที่พระวิหารหลวง (2) นะครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อนาคตที่ไม่ปรารถนา

นานแล้วที่ผมไม่ได้เข้าเช็ค minds... วันนี้อยากเข้าไปดูซะหน่อยว่ามีอะไรใหม่บ้าง? 


พบคลิปวิดีโอชิ้นหนึ่งซึ่งทำให้ผมถึงกับอึ้ง ต้องหันมาทบทวนถึงการเดินทางที่ผ่านมา ได้นำภาพบ้านเมืองและผู้คนในอดีตมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้เห็นในปัจจุบัน วันนี้อยากเขียนเรื่องชีวิต ต้องงดเรื่องท่องเที่ยวไว้ซักวัน

โลกเปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ มันเจริญและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันธารน้ำใจของมนุษย์ผู้ร่วมโลกก็เหือดแห้งลงทุกที ๆ  มาดูข่าว "Man hit by truck ignored and left to die"  ซึ่งเกี่ยวกับชายชาวอินเดียในกรุงเดลีถูกรถบรรทุกชนแล้วถูกปล่อยให้นอนรอความตายข้างถนนกันหน่อยนะ...


รถบรรทุกชนคนแล้วหยุดจอดข้างหน้า คนขี่จักรยานผ่านไป ไม่สนใจแม้แต่จะหันมามอง ตลอดระยะเวลา ๓๐ นาทีมีผู้คนผ่านไปนับร้อย หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นรถยนต์ ๑๔๐ คัน สามล้อรับจ้าง ๓๒ คัน จักรยาน ๑๘๐ คัน และคนเดินเท้าอีก ๔๕ คน


ขับรถชนคนแล้วแทนที่คนขับรถบรรทุกจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ กลับลงเดินรอบรถสำรวจดูความเสียหายที่เกิดกับรถของเขา...ก่อนที่จะขับรถจากไป!


ชายผู้เคราะห์ร้าย (1) ถูกปล่อยให้นอนจมกองเลือดอยู่อย่างนั้นนานถึงครึ่งชั่วโมง ช่วงนั้นมีสามล้อรับจ้างผ่านมา คนขับ (2) รีบจอดรถกลางถนน...



แทนที่จะมาช่วย... กลับเดินผ่านร่างที่นอนอยู่ แล้วเก็บเอาโทรศัพท์ (3) ของเขาไป



ในที่สุดก็มีคนโทรแจ้งตำรวจ  กว่าจะมาถึงก็ใช้เวลาอีก ๔๐ นาที ผู้บาดเจ็บซึ่งมีลูกชาย ๒ คนและลูกสาว ๒ คนต้องเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

เพื่อน ๆ ที่รักครับ!  ผมได้เห็นภาพและอ่านข่าวสลดใจนั้นแล้ว รู้สึกคล้ายกับว่าท้องฟ้าจะลดความสดใสลงไป เสียงเพลงขาดซึ่งความไพเราะ ภาพเขียนหาความงดงามไม่ได้ ความรู้สึกอยากท่องโลกของผมลดฮวบลงไป!

สำหรับชายคนหนึ่งซึ่งอีกไม่กี่ปีก็ต้องใช้เลข ๗ นำหน้าอายุตัวเอง ผมได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแล้ว ไม่อยากได้อะไรอีก ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้เป็นแค่โบนัสที่พึงได้รับ ดั่งเช่นที่คุณเมธีบอกว่า "เกิดเป็นลุงน้ำชาถือว่าใช้ชีวิตได้คุ้มมาก ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไปถือว่าเป็นกำไรทั้งนั้น..."  อีกด้านหนึ่งผมอาจกล่าวว่ามีเวลาเหลืออีกเพียงเล็กน้อยที่จะทำอะไรให้สังคม

ทุกวันนี้อาจไม่ได้ติดต่อสื่อสารถึงเพื่อน ๆ หลายคน แต่ก็อยากบอกทุกคนว่า ผมไม่เคยลืม ไม่เคยสลัดทิ้งซึ่งมิตรภาพอันงดงามในอดีตของเรา เวลาใส่น้ำตาลลงในกับข้าวที่ทำ ผมก็นึกถึง "โต้ง อภิชาติ" และเสียงหัวเราะของเพื่อนอเมริกันชนยามที่เค้าบอกว่าเพิ่งเคยได้กินลาบคั่วเจใส่น้ำตาลที่ผมทำเลี้ยงที่บ้านทุ่งโฮเต็ล ช่วงเวลาที่ได้รู้จักกับโต้งที่วิทยาลัยพายัพนับแต่ปี ๒๕๑๙ ก็ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำอยู่เสมอ แม้ชีวิตนี้เราจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ฯลฯ

ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ ผมจะพยายามประคองตัวยืนเพื่อยื่นมือสนับสนุนผู้ต้องการให้ช่วย ทั้ง ๆ ที่ความสามารถจะเหลือน้อยเต็มที สุขภาพผมเริ่มถดถอย เรื่องทุนทรัพย์นั้นก็ยิ่งหนัก ไม่มีบำเหน็จบำนาญกิน...ผมต้องอาศัยเงินที่เหลืออยู่!  แต่ก็ยังภูมิใจที่ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร!

ถ้าจะอยู่ต่อไปอีกซัก ๑๐ ปีก็คงพอไหว แต่ให้มากกว่านั้นผมก็ไม่ปรารถนาจริง ๆ

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วัดเมืองสาตรหลวง จ.เชียงใหม่


วัดเมืองสาตรหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๘๕ ถนนเมืองสาตร ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดมหานิกาย มีที่ดิน ๓ ไร่ ๓ งาน ๕๓ ตารางวา ขณะนี้กำลังหาเงินซื้อเพิ่มเติม...




เว็บ culture.mome.co กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของวัดเมืองสาตรหลวงไว้ว่า...
ตามหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือตำนานเมืองเชียงใหม่ "วัดเมืองสาตรหลวง" สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พศ ๒๔๑๒ สมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ โดยมีพระอธิการเทพอินฺทปญฺโญ (เจ้าอาวาสรูปแรก) และท้าวเขื่อนคำเป็นผู้นำการสร้างขึ้น วัดนี้มีการอนุรักษ์รักษาประเพณีศิลปวัฒนธรรมล้านนาไว้เป็นอย่างดี...
ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล และนำภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้...


พระวิหารงดงามด้วยลวดลายวิจิตร บานประตูลงรักปิดทองรูปเทพพนม หลังคาลดหลั่น ๓ ชั้น...









พระเจดีย์ประดิษฐานอยู่ด้านหลังวิหาร...





"พระเจ้าทันใจ" ประดิษฐานหันหลังติดรั้ว....



อยู่ริมประตูเข้าวัดด้านทิศตะวันตก...


ถัดไปเป็น "หอไตร" อาคารสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้...





หอระฆังตั้งอยู่ข้าง ๆ

   

ถัดไปเป็นอุโบสถหลังเล็ก...





วัดนี้มีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วยครับ...


 พอดีปิดอยู่ มีแต่ รปภ. นอนเฝ้าหน้าประตู....


ถ้ามีโอกาส...ผมจะไปขอถ่ายภาพข้างในพิพิธภัณฑ์มาให้เพื่อน ๆ ดูนะครับ!