วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

พระเจ้าตอง วัดศรีปิงเมือง จ.พะเยา

บ่ายโมงวันที่ 23 มกราคม 2359 ผมปั่นจักรยานใกล้ถึงโบราณสถานเวียงลอ...เหลืออีกแค่เพียง 3 กิโลเมตรเอง! 

หลังจากเข้าที่พัก "เวียงลอโฮมสเตย์"  ตาแก่บ้านห้างฉัตรขี่จักรยานมายังวัดศรีปิงเมืองโดยไม่รีรอ

 

วิหารเก่าแก่ตั้งอยู่หลังพระเจดีย์ ภายในวิหารประดิษฐาน "พระเจ้าตอง" พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา-สุโขทัย พระสิงห์สาม ฝีมือสกุลช่างเวียงลอ อายุกว่า 900 ปี ขนาดหน้าตักกว้าง 79 ซม. ฐานกว้าง 78 ซม. สูงทั้งฐาน 127 ซม. Facebook เรื่องเล่าชาวล้านนาเขียนไว้ว่า...

“พระเจ้าตอง” หรือ “หลวงพ่อลอ” เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวจังหวัดพะเยา เดิมประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุและพระพุทธรูปสำคัญเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2529...
ปลายปี 2531 “พระเจ้าตอง” ถูกโจรกรรมไปจากวัดศรีปิงเมือง และไม่พบเบาะแสอีกเลย จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม 2567 กรมศิลปากรได้รับแจ้งว่าพบพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์ใกล้เคียงกับ “พระเจ้าตอง” ที่ถูกโจรกรรมไปกว่า 36 ปี ปรากฏอยู่ในสถานประมูลโบราณวัตถุในยุโรป โดยให้รายละเอียดเป็นภาพถ่ายและข้อมูลในเชิงลึกอันเป็นช่องทางสำคัญในการประสานงานกับผู้ครอบครอง และสามารถนำพระพุทธรูปกลับคืนสู่ประเทศไทยได้ในที่สุด
มีพิธีอาราธนาอัญเชิญ "พระเจ้าตอง" กลับมาประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง เมื่อวันที่ 13-17 มกราคม 2568 จากนั้นก็เปิดให้ประชาชนเข้ากราบไหว้บูชา... 

ภาพจากเว็บศิลปวัฒนธรรม silpa-mag.com - ขอขอบคุณ

 

ภาพจากเว็บศิลปวัฒนธรรม silpa-mag.com - ขอขอบคุณ

พระเจ้าตองประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังที่เห็นนี่แหละ ภิกษุรูปหนึ่งถามว่าเข้าไปดูแล้วหรือยัง?
 

ก้าวเข้าสู่วิหาร...ตาแก่บ้านห้างฉัตรถ่ายภาพไว้มากมายเพื่อนำมาให้เพื่อนได้ดู แต่ปรากฏว่าไฟล์ที่ได้จากกล้อง Nikon D70 จำนวนหลายร้อยบานไม่สามารถเปิดได้ ต้องขออนุญาตนำรูปภาพจากอินเทอร์เน็ตมาประกอบด้วยสัก 2-3 บาน เพื่อให้เห็นองค์พระพุทธรูปที่ได้กลับมาประดิษฐาน ณ ที่เดิมแล้วดังนี้...

ภาพจาก News NBT2HD - ขอขอบคุณ

ภาพจาก News NBT2HD - ขอขอบคุณ

รู้สึกดีใจที่ได้มาเห็น แต่ก็เสียดายกับรูปภาพที่หายไป

ศูนย์ศึกษาข้อมูลเวียงลอ จ.พะเยา


าถึงวัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยา...ผมเห็นอาคารหลังใหญ่มีป้ายบอกว่าเป็น "ศูนย์ศึกษาข้อมูลเวียงลอ"
 
 
 
เป็นศูนย์ฯ ที่ตั้งอยู่ภายในวัด มีวัตถุโบราณต่าง ๆ มากมาย เช่น พระพุทธรูปหินทราย เศียรพระพุทธรูปหินทราย ถ้วยโถโอชาม ฯลฯ ที่ขุดค้นพบได้ในโบราณสถานเวียงลอ 
 
 
แสงแดดกำลังแผดกล้า ผมไม่ชักช้ารีบผ่านประตูที่เปิดอยู่เข้ามาข้างใน ศึกษาแผนผังเส้นทางท่องเที่ยวเมืองโบราณเวียงลอตั้งอยู่ใกล้ประตู แล้วเดินดูวัตถุโบราณที่จัดแสดงไว้...
 
 
เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 












 
 








ทั่วทั้งอาคาร...มีตาแก่บ้านห้างฉัตรเดินชมอยู่แค่คนเดียว!!

อุโบสถพระสามพี่น้อง วัดศรีปิงเมือง จ.พะเยา

 
ที่อุโบสถพระสามพี่น้อง วัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยา ผมเห็นทางเดินขนาบด้วยลำตัวพญานาคยาวเหยียดไปจนถึงประตูทางเข้า...
 
 
 


 
ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า... 
โบราณสถานเวียงลอ ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านเวียงลอ ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา มีอุโบสถพระสามพี่น้องอายุ 900 ปีที่หันหน้าไปทางใต้ ซึ่งปกติอุโบสถจะตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีพระพุทธรูปหินทรายสิงห์ 1 ปางสมาธิ 3 พี่น้องประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ...

มีป้ายประวัติวัดศรีปิงเมืองตั้งอยู่ อ่านหน่อยครับ ผมพิมพ์ให้แล้วดังนี้...
เมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา บริเวณวัดศรีปิงเมืองและอุโบสถหลังนี้เป็น "ป่าสิบเหล่าเก้ากำ" ปกคลุมไปด้วยเครือเถา เป็นแหล่งที่อยู่และหากินของหมู่หมูป่า ต่อมามีผู้พบพระพุทธรูปหินทราย 3 องค์ ประดิษฐานเรียงกันบนเนินอุโบสถนี้ จึงเรียกกันว่า "เนินพระเจ้าผกหมู" เมื่อมีการบูรณะวัดศรีปิงเมือง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 700 ปี ขึ้นเป็นศูนย์กลางศาสนาของชาวเวียงลออีกครั้ง จึงได้มีการฟื้นฟูอุโบสถแห่งนี้ขึ้น ตามแผนผังอาคารเดิม และเรียกว่า "อุโบสถสามพี่น้อง"
อุโบสถสามพี่้น้อง เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา วางตัวหันหน้าไปทางทิศใต้ ทิศทางการวางตัวของอุโบสถหลังนี้แตกต่างจากคติการสร้างวิหารและอุโบสถทั่วไป ซึ่งมักจะสร้างให้หันหน้าไปทางตะวันออกหรือทางแม่น้ำเสมอ เนื่องด้วยยึดคติ ตามพุทธประวัติดรั้งพระพุทธเจ้าตรัสรู้ทรงประทับใต้ต้นโพธิบัลลังค์ ผินพระพักตร์ไปทางตะวันออก อันเป็นตำแหน่งของแม่น้ำเนรัญชรา ดังนั้นการวางวางตัวหันหน้าไปทางทิศใต้และประดิษฐานพระพุทธรูปถึง 3 องค์ ของอุโบสถสามพี่น้องจึงน่าจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องทิศมงคลของชาวล้านนา ว่าเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ความชั่วร้ายอัปมงคลต่าง ๆ เข้ามาสู่เมืองเวียงลอ เช่นเดียวกับคติการประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งนับแต่แรกเริ่มประดิษฐานในเมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 ก็ผินพระพักตร์ไปด้านทิศใต้เสมอ
การบูรณะอุโบสถพระสามพี่น้องใน พ.ศ. 2564 นี้ได้มีการขยายพื้นที่ส่วนหน้าของอุโบสถออกไปทางตะวันออกเพิ่มขึ้น 1 ห้อง จึงได้มีการเคลื่อนย้ายพญานาคที่คณะศรัทธาเคยสร้างถวายไว้ที่บันไดอุโบสถเดิมมาไว้ริมฝั่งแม่น้ำอิง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อจิตศรัทธาของผู้สร้างเดิมและเป็นการสานต่อความเชื่อตามตำนานพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงว่าเป็นบริเวณกว๊านพะเยาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอิงนี้ เป็นที่อาศัยของพญานาคธุมะสิกขี ซึ่งถวายตนเป็นผู้รับใช้และปกปักรักษาพระพุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
เข้ามาในโบสถ์ เก็บภาพฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...
 




เก่าจริงครับ...โบราณสถานแห่งนี้!!

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อุโบสถวัดร่องย้าง จ.พะเยา

อุโบสถวัดร่องย้าง (3) ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง ทาสีขาวทั้งหลัง...
 

เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ แล้วดังนี้...

บันไดนาคนำทางขึ้นสู่มุขหน้า

 
 
 
 
 
 
หลังคาลดชั้น 2 ระดับ...
 
 
ด้านข้างมี 3 หน้าต่าง และ 1 ประตูเข้าสู่คูหาหลัง...
 
 
 

ด้านหลังผนังทึบเรียบง่าย...
 


ต้องไม่ลืมเก็บภาพใบเสมา...


16.06 นาฬิกา ถึงเวลาต้องกลับที่พักแล้วครับ...